สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงอาบูดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เมื่อวันที่ 2 มี.ค. ว่า กระทรวงการต่างประเทศยูเออีออกแถลงการณ์ ปิดสถานเอกอัครราชทูตในกรุงเตหะราน และเรียกตัวเอกอัครราชทูตกลับประเทศทันที หลังปฏิบัติการตอบโต้ด้วยขีปนาวุธและโดรนของอิหร่านในภูมิภาคอ่าวอาหรับ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 รายในยูเออี
ทั้งนี้ ผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 รายในยูเออี เป็นแรงงานต่างชาติชาวปากีสถาน เนปาล และบังกลาเทศ อีกทั้งยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายสิบคน
The #UAE announces the closure of its embassy in Tehran and the withdrawal of its ambassador from #Iran, following Iranian missile attacks on Emirati territory.https://t.co/2oriDojV7E
— Al Arabiya English (@AlArabiya_Eng) March 1, 2026
ขณะที่สถานที่สำคัญหลายแห่งในยูเออีได้รับความเสียหาย ไม่ว่าจะเป็น “เอทิฮัด ทาวเวอร์ส” ในกรุงอาบูดาบี ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานเอกอัครราชทูตหลายประเทศ เกาะเทียม “ปาล์ม จูไมราห์” โรงแรมหรู “เบิร์จ อัล อาหรับ” ท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ และท่าเรือเจเบล อาลี
ตลาดหลักทรัพย์ในดูไบและอาบูดาบีจะปิดทำการ “จนกว่าจะมีการประกาศเปลี่ยนแปลง”
นับตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา อิหร่านยิงขีปนาวุธเข้ามาในเขตน่านฟ้ายูเออีแล้ว 165 ลูก ซึ่งระบบป้องกันสามารถทำลายได้ 152 ลูก และมีการพบโดรนจู่โจมอย่างน้อย 541 ลำ ในจำนวนนี้ถูกทำลาย 506 ลำ.
เครดิตภาพ : REUTERS



