เมื่อเวลา 12.15 น. วันที่ 2 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวภายหลังนายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุม สมช. ติดตามมาตรการรับมือปัญหาสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ว่า ในส่วนของการดูแลความเรียบร้อยในประเทศไทยโดยมติที่ประชุม สมช.ได้มอบหมายให้ตำรวจ และหน่วยงานทางด้านการข่าวติดตาม เฝ้าระวัง ในเชิงสถานที่คู่ขัดแย้ง เอกอัครราชทูต บุคคลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งทางตำรวจมีแผนรองรับไว้ชัดเจนอยู่แล้ว รวมถึงติดตามบุคคลเข้าออกประเทศไทยที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย ซึ่งจะมีการติดตามเพิ่มเติม
นายฉัตรชัย กล่าวอีกว่า รวมถึงเรื่องการบิดเบือนของสื่อโซเชียล ที่จะนำไปสู่การสร้างความแตกแยก และเกิดความขัดแย้ง โดยจะมีการตรวจสอบติดตามเพื่อให้เกิดความถูกต้อง เหมาะสม โดยวันเดียวกันนี้จะมีการประชุมติดตามรับมือผลกระทบด้านเศรษฐกิจ โดยนายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุม ในเบื้องต้นมีการมอบหมายให้กระทรวงพลังงานประเมินเรื่องน้ำมันและพลังงาน กระทรวงพาณิชย์ดูเรื่องผลกระทบการส่งออก
เมื่อถามว่า ประชาชนคนไทยยังสามารถใช้ชีวิตในประเทศไทยตามปกติ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เป็นคู่ขัดแย้งอยู่ได้หรือไม่ นายฉัตรชัย กล่าวว่า ยังใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่ฝ่ายความมั่นคงจะเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อดูแลความปลอดภัย
เมื่อถามว่า เราจะป้องกันภัยทางไซเบอร์ได้อย่างไร นายฉัตรชัย กล่าวว่า ที่ประชุมได้สั่งการให้ตำรวจ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และหน่วยการข่าวจะช่วยดูในเรื่องนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการบิดเบือน ทำให้เกิดความขัดแย้งในส่วนที่มีความคิดเห็นไม่ตรงกัน
เมื่อถามว่า สถานทูตในประเทศไทยต้องเพิ่มความเข้มงวดในที่ใดเป็นพิเศษหรือไม่ นายฉัตรชัย กล่าวว่า ขณะนี้ตำรวจได้ดำเนินการแล้ว เช่น สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา สถานเอกอัครราชทูตอิหร่าน สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอล เป็นต้น รวมถึงประเทศที่เกี่ยวข้องทั้งหลาย



