สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ เมื่อวันที่ 2 มี.ค. ว่าบริษัทกาตาร์ เอเนอร์จี รัฐวิสาหกิจด้านพลังงานของกาตาร์ ออกแถลงการณ์ระงับการผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว ( แอลเอ็นจี ) และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด “เป็นการชั่วคราว” เนื่องจากงเกิดเหตุโจมตีทางทหารต่อสิ่งปลูกสร้างของบริษัท
ด้านกระทรวงกลาโหมกาตาร์ออกแถลงการณ์ว่า อากาศยานไร้คนขับ ( โดรน ) ของอิหร่าน พุ่งเป้าโจมตี นิคมอุตสาหกรรมราส ลัฟฟาน ซึ่งเป็นฐานประมวลผลก๊าซบนฝั่งที่สำคัญ ตั้งอยู่ห่างจากกรุงโดฮาไปทางเหนือราว 80 กิโลเมตร
Qatar’s Defence Ministry says two Iranian drones struck energy facilities in the industrial city of Ras Laffan. No casualties have been reported. QatarEnergy has halted LNG production and associated operations. pic.twitter.com/CMDHEJbygz
— Al Jazeera English (@AJEnglish) March 2, 2026
ขณะที่นิคมอุตสาหกรรมเมซาอีดถูกโจมตีเช่นกัน โดยโดรนของอิหร่านสร้างความเสียหาย ให้กับถังเก็บน้ำของโรงไฟฟ้าในพื้นที่ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากกรุงโดฮาไปทางใต้ราว 40 กิโลเมตร และเป็นแหล่งผลิตก๊าซที่สำคัญเช่นกัน
ปัจจุบัน กาตาร์คือ 1 ใน 4 ประเทศผู้ผลิตแอลเอ็นจีรายใหญ่ที่สุดของโลก ร่วมกับสหรัฐ ออสเตรเลีย และรัสเซีย ดังนั้น การระงับการผลิตครั้งนี้จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรง ต่อความมั่นคงทางพลังงานของโลก
นอกจากนี้ เป็นเรื่องที่น่าสนใจว่า กาตาร์แบ่งปันแหล่งก๊าซธรรมชาติใหญ่ที่สุดในโลกร่วมกับอิหร่าน คือ “เดอะ นอร์ธ ฟิลด์” โดยพื้นที่ในส่วนของกาตาร์นั้นมีปริมาณสำรองก๊าซสูงถึง 10% ของแหล่งก๊าซทั้งหมดบนโลกตอนนี้.
เครดิตภาพ : REUTERS



