สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 3 มี.ค. ว่า ในการประชุมด้านการขนส่งคอนเทนเนอร์และโลจิสติกส์ “ทีพีเอ็ม26” นายเจเรมี นิกสัน ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของโอเชียน เน็ตเวิร์ก เอ็กซ์เพรส กล่าวว่า ประมาณ 10% ของกองเรือคอนเทนเนอร์ทั่วโลกติดอยู่ในสถานการณ์นี้

ในขณะเดียวกัน บริษัทประกันภัยทางทะเลได้หยุดให้ความคุ้มครองการเดินทางผ่านช่องแคบ ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างอิหร่านกับโอมาน และเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันประมาณ 1 ใน 5 ของปริมาณการบริโภคทั่วโลก หลังจากที่อิหร่านได้ตอบโต้การโจมตีของสหรัฐและอิสราเอล

ไม่กี่วันหลังจากนั้น ผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (ไออาร์จีซี) กล่าวกับสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลว่า เรือลำใดก็ตามที่พยายามแล่นผ่านช่องแคบจะถูกเผาทำลาย

นิกสันกล่าวว่า สินค้าทั้งหมดเหล่านั้นจะเริ่มสะสมในศูนย์กลางการขนส่ง และท่าเรือสำคัญในยุโรปและเอเชีย ขณะที่โอเชียน เน็ตเวิร์ก เอ็กซ์เพรส ซึ่งเป็นกิจการร่วมค้าเอกชนที่ก่อตั้งโดยบริษัทเดินเรือญี่ปุ่น และบริษัทขนส่งตู้คอนเทนเนอร์คู่แข่ง “เอ็มเอสซี” ได้หยุดรับจองสินค้าไปยังตะวันออกกลางแล้ว

อย่างไรก็ดี บริษัทเตือนว่า การปิดช่องแคบฮอร์มุซเป็นเวลานาน จะทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นเป็นอย่างมาก.

เครดิตภาพ : REUTERS