สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 6 มี.ค. ว่านายฟาติห์ บิโรล ผู้อำนวยการทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (ไออีเอ) กล่าวว่า สงครามระหว่างสหรัฐและอิสราเอล กับอิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นและเกิด “อุปสรรคทางโลจิสติกส์” ที่ท้าทายนานาประเทศบนโลก
The IEA is closely monitoring the situation in the Middle East – including the implications for energy markets, trade & security.
— International Energy Agency (@IEA) March 5, 2026
Our new hub offers key information on the Strait of Hormuz and the current oil & gas market context ???? https://t.co/iGKbujcUgl
อย่างไรก็ตาม บิโรลย้ำชัดว่า วิกฤติครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากการขาดแคลนทรัพยากร เนื่องจากน้ำมันในตลาดโลกยังมีสถานะ “ส่วนเกินมหาศาล”
IEA CHIEF BIROL: THERE IS PLENTY OF OIL IN THE MARKET
— CGTN Europe (@CGTNEurope) March 6, 2026
ขณะเดียวกัน ไออีเอยังไม่มีแผนใช้มาตรการฉุกเฉิน เพื่อระบายน้ำมันสำรองฉุกเฉินของไออีเอท่ามกลางช่วงเวลานี้ แต่ยืนยันว่า “กำลังพิจารณาทุกทางเลือก” เพื่อบรรเทาวิกฤติก็ตาม
IEA CHIEF BIROL: THERE IS A HUGE SURPLUS OF OIL IN THE MARKET WHEN SUPPLY AND DEMAND CONSIDERED
— CGTN Europe (@CGTNEurope) March 6, 2026
ทั้งนี้ ผู้อำนวยการไออีเอเสนอเร่งขยายการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ลม และพลังงานหมุนเวียนอื่น ๆ และคาดการณ์ว่า ก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) ปริมาณมหาศาลจากสหรัฐ แคนาดา และอีกหลายประเทศ จะเข้าสู่ตลาดมากขึ้นภายในอีก 5 ปีข้างหน้า
อนึ่ง การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางเดินเรือสินค้าสายสำคัญของโลก แทบหยุดชะงัก นับตั้งแต่สงครามปะทุ เมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา และส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งขึ้นแล้วราว 20%.
เครดิตภาพ : REUTERS



