สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 6 มี.ค. ว่านายฟาติห์ บิโรล ผู้อำนวยการทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (ไออีเอ) กล่าวว่า สงครามระหว่างสหรัฐและอิสราเอล กับอิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นและเกิด “อุปสรรคทางโลจิสติกส์” ที่ท้าทายนานาประเทศบนโลก


อย่างไรก็ตาม บิโรลย้ำชัดว่า วิกฤติครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากการขาดแคลนทรัพยากร เนื่องจากน้ำมันในตลาดโลกยังมีสถานะ “ส่วนเกินมหาศาล”

ขณะเดียวกัน ไออีเอยังไม่มีแผนใช้มาตรการฉุกเฉิน เพื่อระบายน้ำมันสำรองฉุกเฉินของไออีเอท่ามกลางช่วงเวลานี้ แต่ยืนยันว่า “กำลังพิจารณาทุกทางเลือก” เพื่อบรรเทาวิกฤติก็ตาม


ทั้งนี้ ผู้อำนวยการไออีเอเสนอเร่งขยายการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ลม และพลังงานหมุนเวียนอื่น ๆ และคาดการณ์ว่า ก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) ปริมาณมหาศาลจากสหรัฐ แคนาดา และอีกหลายประเทศ จะเข้าสู่ตลาดมากขึ้นภายในอีก 5 ปีข้างหน้า


อนึ่ง การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางเดินเรือสินค้าสายสำคัญของโลก แทบหยุดชะงัก นับตั้งแต่สงครามปะทุ เมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา และส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งขึ้นแล้วราว 20%.

เครดิตภาพ : REUTERS