สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 12 มี.ค. ว่า คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) มีมติเสียงข้างมาก 13 เสียง รับรองมติเรียกร้องให้อิหร่านยุติการโจมตีทางทหารต่อบาห์เรน คูเวต โอมาน กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) และจอร์แดน “ทันที” โดยจีนและรัสเซียงดออกเสียง


ขณะเดียวกัน มติดังกล่าวยังประณาม “การกระทำหรือการข่มขู่ใดก็ตาม ที่อิหร่านมุ่งหมายจะปิด กีดขวาง หรือแทรกแซงการเดินเรือระหว่างประเทศผ่านช่องแคบฮอร์มุซ”


ด้านนายอาเมียร์ ซาอีด อิราวานี เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กล่าวว่ามตินี้คือ “การใช้ภารกิจของยูเอ็นเอสซีในทางที่ผิด” เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของสหรัฐ และอิสราเอล พร้อมยืนยันว่า อิหร่านต่างหากคือเหยื่อที่แท้จริงจากการถูกรุกราน


อย่างไรก็ตาม นายจามาล ฟาเรส อัลโรไวอี เอกอัครราชทูตบาห์เรนประจำยูเอ็น ซึ่งเป็นผู้เสนอร่างมตินี้ กล่าวว่า การที่ร่างมติได้รับความเห็นชอบ สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของภูมิภาคอ่าวอาหรับต่อเศรษฐกิจโลก และความมั่นคงในภูมิภาคแห่งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องระดับท้องถิ่น แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันในระดับนานาชาติ.

เครดิตภาพ : AFP