วานนี้ (11 มี.ค. 2569) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานผลจากงานวิจัยฉบับใหม่ระบุว่า กลุ่มทำงานชาวอเมริกันบางส่วนกำลังประสบภาวะสมองล้าเนื่องจากใช้เครื่องมือเอไอในการทำงาน

ผลที่ได้จากการศึกษาที่ดำเนินการกับพนักงานเต็มเวลา 1,488 คนในสหรัฐ และตีพิมพ์ในวารสาร Harvard Business Review (HBR) พบว่าเครื่องมือเอไอที่นำมาใช้เพื่อให้จัดการระบบงานได้ง่ายขึ้น แท้จริงแล้วกลับทำให้พนักงานบางส่วนเหนื่อยล้าทางจิตใจ จนเกิดสภาวะที่นักวิจัยเรียกว่า “สมองล้าจากเอไอ” 

ผลการศึกษานิยมคำว่า สมองล้าจากเอไอ (AI brain fry) ว่าคือ “ความล้าทางจิตใจจากการใช้งานหรือการควบคุมดูแลเครื่องมือเอไอมากเกินไปจนเกินขีดความสามารถในการรับรู้ของบุคคล” ภาวะนี้จะเกิดขึ้นเมื่อพนักงานต้องคอยดูและเฝ้าติดตามระบบเอไอที่ซับซ้อนสลับกันไปมาจนเกิดเป็นภาวะ “ข้อมูลล้น” เกินกว่าจะรับไหว

“กลุ่มพนักงานในการศึกษาของเราที่รายงานว่า งานด้านเอไอของพวกเขาต้องคอยควบคุมดูแลในระดับสูง แทนที่จะเป็นระดับต่ำ ต้องใช้ความคิดในการทำงานมากขึ้น 14%” งานวิจัยระบุ “การควบคุมดูแลเอไอในระดับสูงยังเป็นตัวบ่งชี้ว่าผู้เข้าร่วมงานวิจัยเกิดความเหนื่อยล้าทางจิตใจเพิ่มขึ้น 12%”

ผู้เข้าร่วมการวิจัยครั้งนี้ทั้งหมดทำงานในบริษัทขนาดใหญ่ โดยระบุว่าเป็นเพศหญิง  51% และเป็นเพศชาย 48% 

กลุ่มผู้ร่วมโครงการยังรายงานว่ามีอาการปวดหัว และมีความรู้สึกเบลอหรือมีภาวะสมองตื้อ ซึ่งส่งผลให้พวกเขาสูญเสียสมาธิในการทำงานและตัดสินใจได้ช้าลง 

ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่า ผู้ที่ทำงานด้านการตลาดมีภาวะสมองล้าจากเอไอมากที่สุดที่ 25.9% ตามมาด้วยพนักงานด้านทรัพยากรบุคคลและงานด้านปฏิบัติการตามลำดับ ส่วนพนักงานในสายงานกฎหมายมีจำนวนผู้ประสบภาวะนี้น้อยที่สุดเพียง 5.6%

“ความเครียดทางจิตใจที่เกี่ยวข้องกับเอไอนี้ กลายเป็นต้นทุนที่บริษัทต้องจ่ายในราคาสูงในรูปของพนักงานที่ทำงานผิดพลาดมากขึ้น ตัดสินใจแย่ลง และเกิดความต้องการที่จะลาออก” งานวิจัยระบุ

ที่มา : people.com

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES