สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 18 มี.ค. ว่า ในการพิจารณาคดีแบบปิด เมื่อวันจันทร์ (16 มี.ค.) ศาลได้สั่งควบคุมตัวชาวต่างชาติทั้ง 7 คน ไว้สอบสวนเป็นเวลา 11 วัน หลังพวกเขาถูกกล่าวหาว่า ลักลอบเข้าไปในรัฐมิโซรัม ซึ่งเป็นพื้นที่อ่อนไหว โดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการ ตามรายงานของสถานีวิทยุออลอินเดีย (เอไออาร์)
หลังจากนั้น ทั้ง 7 คนถูกกล่าวหาว่า เดินทางจากรัฐมิโซรัมไปยังประเทศเมียนมาที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งพวกเขาได้ดำเนินการฝึกกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มกบฏในอินเดีย รวมถึงต้องสงสัยว่า ลักลอบขนส่งโดรนจำนวนมากจากยุโรปเข้ามาในอินเดีย เพื่อนำไปใช้ในเมียนมา อย่างไรก็ดี เอไออาร์ไม่ได้ระบุประเภทของโดรน หรือประเทศต้นกำเนิด
หลังพวกเขากลับมายังอินเดีย เจ้าหน้าที่จากสำนักงานสอบสวนแห่งชาติ (เอ็นไอเอ) ได้จับกุมชาวยูเครนในเมืองเดลีและลัคเนา และชาวอเมริกันในเมืองโกลกาตา
Delhi: NIA arrested seven foreign nationals, six Ukrainians and one American for allegedly providing terrorist training in Myanmar. They received 11-day custody for illegal entry, weapons and drone training, and importing drones from Europe pic.twitter.com/Sc8GGiSXvp
— IANS (@ians_india) March 16, 2026
หนังสือพิมพ์อินเดียน เอ็กซ์เพรส รายงานว่า พวกเขาถูกตั้งข้อหาว่าสมคบคิดก่อการร้ายต่อรัฐอินเดีย ซึ่งเป็นความผิดที่มีโทษสูงสุดจำคุกตลอดชีวิต
ด้านกระทรวงการต่างประเทศยูเครน ยืนยันเมื่อวันอังคาร (17 มี.ค.) ว่า พลเมืองของตนถูกอินเดียควบคุมตัวเมื่อวันที่ 13 มี.ค. และได้ขอให้ทางการอินเดียให้ “การเข้าถึงทางกงสุล” แก่พวกเขา
อย่างไรก็ดี ยังไม่มีข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้ว่า พลเมืองยูเครนคนดังกล่าว มีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย ในดินแดนของอินเดีย หรือเมียนมา
ด้านสถานทูตเอกอัครราชทูตสหรัฐในกรุงนิวเดลี กล่าวในแถลงการณ์ว่า พวกเขารับทราบเรื่องนี้แล้ว แต่ไม่สามารถแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกรณีที่เกี่ยวข้องกับพลเมือง ด้วยเหตุผลด้านความเป็นส่วนตัว.
เครดิตภาพ : AFP



