ซึ่งคาดว่าเพราะมีตัวอย่างจากรัฐบาลอิ๊งค์ แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกฯ หรือคดีอื่นๆ ที่เห็นว่า ประเด็นจริยธรรมมันทำให้หลุดจากตำแหน่งกันง่ายนิดเดียว จนเขาจะเรียกร้องให้แก้กฎหมาย ให้ศาลรัฐธรรมนูญต้องไม่มีอำนาจตัดสินคดีจริยธรรม
เป็นที่พูดกันว่า “เพราะเคร่งมาก เลยไม่เอากล้าธรรมร่วม” มีข่าวว่า แกนนำพรรคกล้าธรรมบางคน จะโดน ป.ป.ช.ชี้มูลคดีแจกกล้วยเลี้ยงพรรคเล็ก ตั้งแต่สมัยรัฐบาลบิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือว่ากันว่า“บางคน”ในพรรคกล้าธรรมมีโอกาสเป็นเป้านิ่งให้โจมตีได้ง่าย รัฐบาลจะเสียภาพความชอบธรรม สิ่งที่เสี่ยหนูยึดหลัก ว่ากันว่า มาจากส่วนหนึ่งของคำวินิจฉัยศาล กรณี สว.ร้องเรียนภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย และทวี สอดส่อง อดีต รมว.ยุติธรรม เรื่องให้ดีเอสไอสอบเรื่องฮั้ว สว.แทรกแซง กกต.ที่สอบอยู่หรือไม่ ขัดจริยธรรมหรือไม่ ( คดีสรุปว่าไม่ขัด )
คำวินิจฉัยส่วนที่น่าสนใจคือ “รัฐมนตรีเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจของรัฐหรืออำนาจทางการเมืองซึ่งมีผลกระทบอย่างกว้างขวางทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และชีวิตของปัจเจกชน ผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต้องได้รับความไว้วางใจอย่างสูงจากประชาชน และในฐานะที่เป็นบุคคลสาธารณะต้องถูกตรวจสอบทั้งในเรื่องส่วนตัวและความประพฤติในการปฏิบัติหน้าที่ทุกแง่มุมตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งด้วย
…การมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ย่อมหมายความว่า รัฐมนตรีต้องไม่มีพฤติกรรมที่บกพร่องจากมาตรฐาน หรือ “ขาดความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์” ไม่มีสิ่งบ่งชี้ถึงความประพฤติไม่สุจริตหรือพฤติการณ์บิดเบือนเพื่อให้ตนเองได้ไปซึ่งผลประโยชน์ของส่วนรวมหรือของบุคคลอื่นโดยมิชอบ …ไม่ประพฤติตนให้ “ขัดแย้งกับสิ่งที่สังคมคาดหวังอย่างชัดเจน” ความประจักษ์ในที่นี้จึงหมายถึง ไม่มีพฤติกรรมที่ปรากฏในทางมิชอบ หรือไม่สอดคล้องกับภารกิจหน้าที่ของรัฐมนตรี ที่ต้องรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นส่วนรวม”
ต้องขีดเส้นใต้สามสี่รอบกับประโยค “หน้าที่ของรัฐมนตรีต้องรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นส่วนรวม” เพราะรัฐมนตรีคนปัจจุบันที่รักษาการ และน่าจะเป็น รมว.วัฒนธรรมอีกสมัย ( รัฐบาลอนุทิน 1 เป็นอยู่ 3-4 เดือนคงได้ต่อ ) “ดีด้า”ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ คนนี้ถูกกระแสวิจารณ์รุนแรง เกี่ยวกับเรื่องการรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ ในเรื่องวัฒนธรรม ไม่ทราบเป็นเจ้ากระทรวง แล้วทราบหรือไม่ว่า ตอนนี้เขมรแอบอ้างวัฒนธรรมไทยเป็นของมันแทบจะทุกสาขา ชุดไทย อาหารไทย วรรณคดีไทย เลอะเทอะไปถึงจะเอาพิธีโสกันต์
เสียงเรียกร้องไปที่กระทรวงวัฒนธรรมครั้งแล้วครั้งเล่า ก็เงียบ หนักเข้า เจ้าหน้าที่ก็ปัดสวะว่า“การแต่งกายเป็นวัฒนธรรมร่วม” โดนคนไทยรุมโจมตี มันจะร่วมอะไรตรงไหน ? ไม่เคยมีประวัติเขมรใช้เครื่องแต่งกายแบบไทย นอกจากพวกตัวนายมันบางคนที่ราชสำนักไทยเอามาชุบเลี้ยง สุดท้ายออกมากลับลำบอกจะทำงานกับกระทรวงการต่างประเทศ แต่เมื่อทวงถามแผนปฏิบัติก็เงียบ หนักเข้าขนาดไล่ลบคอมเมนท์คนไทยที่ทวงถามการทำงาน“ตามหน้าที่”ของกระทรวง ก็ขอให้รัฐมนตรีดีด้าดูเอาว่า ในฐานะรัฐมนตรีเจ้ากระทรวง สิ่งที่เจ้าหน้าที่ทำเหมาะสมหรือไม่ ??
อยากให้ระลึกคำว่า“ต้องรักษาผลประโยชน์ของชาติ”ให้จงหนัก การไม่รักษาสมบัติทางปัญญาของไทยจะเข้าข่ายถูกวินิจฉัยจริยธรรมได้หรือไม่ รอดูคนยื่นศาลรัฐธรรมนูญ การนิ่งเฉย ไม่แสดงท่าทีตอบโต้ใดแล้วอ้างว่า ดำเนินการทักท้วงเขมรทางลับ ( ทำจริงหรือเปล่าไม่รู้ ) จะเข้าข้อขัดกับสิ่งที่สังคมคาดหวังหรือไม่ ?? แอคชั่นฝั่งไทยตุ๊บๆ ป่องๆ ไม่ทันหน่วยงานเขมรนี่มันน่าอับอายหรือไม่ ? นี่ชวนให้คิด
ขอให้เคร่งครัดทำงานให้มีแอคชั่นจากกระทรวง ก่อนที่เรื่องจะกลายเป็นประเด็นใหญ่ไล่รัฐมนตรีได้.



