เมื่อวันที่ 20 มี.ค. ที่กระทรวงการต่างประเทศ  นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ แถลงถึงสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ว่า  สถานการณ์ในตะวันออกกลางขณะนี้ยังไม่มีวี่แววจะยุติลงได้ อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมา ตนได้มีโอกาสพูดคุยกับรัฐมนตรีต่างประเทศของกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ ทั้งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี), อิหร่าน, คูเวต, บาห์เรน, จอร์แดน อีกทั้ง ตนเตรียมจะหารือทางโทรศัพท์กับ รมว.ต่างประเทศของซาอุดีอาระเบีย และของกาตาร์ ทั้งนี้ จุดประสงค์ของการหารือดังกล่าว คือ เราห่วงใยต่อสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นที่ขณะนี้บานปลายออกไป โดยท่าทีของไทยมีความชัดเจน เหมาะสม และสมดุล คือเรามีความห่วงใยกับต่อสถานการณ์ และเราไม่เห็นด้วยกับสงครามซึ่งเป็นสิ่งไม่ควรเกิดขึ้นเลย รวมทั้งประเทศไทยต้องการมองไปข้างหน้า เพราะสงครามทำให้เกิดความสูญเสียมาก จึงต้องใช้เวลาในการฟื้นฟู ดังนั้นต้องมีการหาทางทำให้เกิดกระบวนการทางการทูตและการเจรจาเพื่อหาข้อยุติโดยสันติวิธี ขณะเดียวกัน ไทยพร้อมให้ความช่วยเหลืออะไรก็ตามที่ประเทศเหล่านี้มีความประสงค์หรือร้องขอมา เราพร้อมพิจารณา

นายสีหศักดิ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ เราได้ขอบคุณทางการยูเออี อิหร่าน บาห์เรน และจอร์แดนที่ได้ช่วยเหลือเราในการอพยพคนไทยให้ได้กลับประเทศด้วยความปลอดภัย ซึ่งขณะนี้มีจำนวนคนไทยที่ออกจากภูมิภาคตะวันออกกลาง ดังนี้ ออกจากอิหร่าน 125 คน, จากอิสราเอล 11 คน, จากยูเออี 242 คน, จากบาห์เรน 311 คน, จากกาตาร์ 414 คน, จากคูเวต 6 คน, จากโอมาน 57 คน, จากจอร์แดน 16 คน, จากอิรัก 18 คน, จากเลบานอน 2 คน และมีอีก 7 คน ขอเดินทางไปยังประเทศอื่น ขณะเดียวกัน  ตนขอถือโอกาสนี้ แสดงความเสียใจกรณีที่มีคนไทยเสียชีวิตในพื้นที่ที่มีการสู้รบของอิสราเอล  เนื่องจากหลบเข้าที่หลบภัยไม่ทัน ทั้งนี้ จากที่ตนได้พูดคุยกับ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน ได้รับคำยืนยันจาก รมว.แรงงานว่าจะดูแลเรื่องการเยียวยาอย่างเต็มที่ และตนขอวิงวอนให้คนไทยในอิสราเอลใช้ความระมัดระวัง ติดตามข่าวสารจากสถานเอกอัครราชทูต และปฏิบัติตามคำเตือนของฝ่ายอิสราเอล เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก

รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า  สำหรับการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่ถูกปิดนั้น ตนได้พูดคุยเรื่องนี้กับรมว.ต่างประเทศอิหร่าน แล้วจากกรณีที่เกิดเหตุเรือสัญชาติไทย คือ เรือ “มยุรีนารี” ถูกโจมตีที่ช่องแคบฮอร์มุซ โดยทางโอมานได้ให้การช่วยเหลือลูกเรือไทย 20 คน และพาขึ้นฝั่งโอมาน แต่ขณะนี้เรายังไม่ทราบชะตากรรมของลูกเรืออีก 3 คนที่ยังติดอยู่ในห้องเครื่องของเรือที่ถูกโจมตี และยังไม่สามารถนำคนออกมาได้ ซึ่งเราได้ขอให้ทางโอมานเข้าไปช่วยเหลือ แต่โอมานแจ้งว่า สถานการณ์ตอนนี้มีความเสี่ยงภัย เพราะยังมีการโจมตีตรงนั้น และเนื่องจาก เรือฯ ไม่ได้ทอดสมอ จึงทำให้ขณะนี้เรือเคลื่อนตัวจากน่านน้ำของโอมานเข้าไปสู่น่านน้ำของอิหร่าน ตนจึงได้โทรศัพท์พูดคุยกับรมว.ต่างประเทศอิหร่านเพื่อขอให้อิหร่านช่วยเหลือว่าหากทางโอมานจะเข้าไปปฏิบัติการช่วยเหลือคนไทย ก็ขอให้อิหร่านช่วยดูแลความปลอดภัยของโอมาน หรือหน่วยช่วยเหลือของอิหร่านจะเข้าไปช่วยเหลือลูกเรือไทย 3 คนได้หรือไม่ ซึ่งฝ่ายอิหร่านรับปากว่าจะพิจารณาว่าให้ความช่วยเหลืออย่างไรได้บ้าง จะช่วยเหลือฝ่ายโอมาน หรืออิหร่านจะช่วยลูกเรือเอง

นายสีหศักดิ์ กล่าวอีกว่า ฝ่ายอิหร่านยังแจ้งด้วยว่ามันไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะยังมีการโจมตีกันอย่างต่อเนื่อง และจนถึงตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าจะสามารถดำเนินการช่วยเหลือได้อย่างไรบ้าง เราจึงต้องมีการติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป ล่าสุดตนได้เชิญเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทยเข้ามาหารือด้วย โดยได้ฝากให้เขาช่วยติดตามเรื่องการช่วยเหลือลูกเรือไทย ขณะที่กองทัพเรือของไทยได้มีการติดต่อกับกองทัพเรือของโอมานและของอิหร่าน เพื่อเร่งประสานงานการช่วยเหลือลูกเรือไทยด้วย แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่ทราบชะตากรรมว่าทั้ง 3 คนเป็นอย่างไรบ้าง จึงต้องเร่งประสานทุกวิถีทาง เพื่อเข้าให้การช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด

นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ จากการที่ตนได้หารือกับรมว.ต่างประเทศอิหร่าน เพื่อขอให้เขาอนุญาตให้เรือขนส่งสินค้าของไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ด้วยความปลอดภัย เพราะประเทศไทยไม่ได้เป็นคู่กรณีในความขัดแย้ง และสินค้าที่บรรทุกผ่านก็ไม่ได้เป็นยุทธปัจจัยในสงคราม รมว..ต่างประเทศอิหร่านจึงขอให้เราส่งรายละเอียดและชื่อของเรือไทยที่จะต้องผ่านช่องแคบนี้ไปให้เขาล่วงหน้า เพื่อเขาจะนำไปประสานงานให้ ซึ่งขณะนี้ฝ่ายไทยได้รวบรวมส่งไปข้อมูลดังกล่าวแล้ว จึงต้องคอยติดตามต่อไปว่าจะมีคำตอบกลับมาอย่างไรบ้าง