เมื่อวันที่ 21 มี.ค. พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อม พล.ต.ต.สถาพร เอมโอษฐ์ รองจเรตำรวจแห่งชาติช่วยราชการตำรวจภูธรภาค 1 พล.ต.ต.วิทัศน์ บริรักษ์ ผบก.กองสารสนเทศ บช.ปส. พ.ต.อ.ปิยวุฒิ แก้วมณี รองผบก.ภ.จว.นนทบุรี และนายกนต์ธร ศรีชุมจันทร์ นายอำเภอปากเกร็ด นำกำลังเจ้าหน้าที่จากศูนย์ปราบปรามน้ำมันเถื่อนภาค 1 สรรพสามิตจังหวัด พาณิชย์จังหวัด ตำรวจภูธรเมืองอ่างทอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันเชลล์ แยกสวนสมเด็จ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี
การตรวจสอบครอบคลุมเอกสารการสั่งซื้อและจำหน่าย รวมถึงจุดเก็บและจ่ายน้ำมัน เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่ามีการกักตุนน้ำมันหรือไม่ และหาสาเหตุของการขาดแคลน
ผู้จัดการสถานีบริการน้ำมันเปิดเผยว่า ปัญหาการขาดแคลนเกิดจากความต้องการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้นผิดปกติ โดยลูกค้าส่วนใหญ่จากเดิมเติมเพียงครั้งละ 200 บาท กลับเปลี่ยนมาซื้อเติมเต็มถัง ทำให้ยอดจำหน่ายน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นเป็น 5,000–6,000 ลิตรต่อวัน จากเดิมเฉลี่ย 2,000–3,000 ลิตร และจำหน่ายหมดภายในเวลาเพียง 5 ชั่วโมง

พล.ต.อ.ธัชชัยกล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นไปตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศที่ปิดให้บริการ เพื่อดูว่ามีการกักตุนน้ำมันหรือไม่ โดยทุกสถานีจะถูกตรวจสอบเอกสารและปริมาณน้ำมันที่เหลือ
ผลการตรวจสอบพบว่าเอกสารถูกต้องครบถ้วน น้ำมันดีเซลคงเหลือประมาณ 1,200 ลิตร ซึ่งเพียงพอและสอดคล้องกับระบบถังเก็บ อีกทั้งน้ำมันมีคุณภาพตามมาตรฐาน
พล.ต.อ.ธัชชัยกล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ร่วมกับฝ่ายปกครองออกตรวจทุกพื้นที่อย่างเข้มงวด พร้อมประชุมติดตามสถานการณ์ทุกวัน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนว่าการขาดแคลนน้ำมันไม่ได้เกิดจากการกักตุน



