เมื่อวันที่ 23 มี.ค. นายสุรเดช นิลอุบล นายกสมาคมประมงจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า สถานการณ์ก่อนหน้านี้ ตั้งแต่วันที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันเขียวที่เรือประมงเติมอยู่ที่ราคาลิตรละ 18 บาท 60 สตางค์ แต่เมื่อวานนี้มีการประกาศราคาน้ำมันเขียวอยู่ที่ลิตรละ 48 บาท 80 สตางค์ ขึ้นมา 119.36% ทั้งที่ช่วงกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ราคาอยู่ที่ประมาณ 20 บาท ทำให้ช่วงนั้นเรือประมงพากันไปเติมน้ำมันเขียวจำนวนมาก และน้ำมันที่เติมไปก็จะหมดประมาณปลายเดือนนี้ และเมื่อมีการประกาศราคาใหม่เมื่อวานนี้ ทำให้เรือประมงไม่สามารถเติมน้ำมันเขียวได้แล้ว เพราะหากเติมรอบนี้แล้วออกทำการประมง เมื่อกลับเข้าฝั่งราคาสัตว์ทะเลก็เท่าเดิม

ซึ่งถือว่าขาดทุนอย่างแน่นอน และยังมีเรื่องของค่าแรงของแรงงานประมง ที่ต้องจ่ายสม่ำเสมอ ก็จะไม่สมดุลกับรายได้ ทำให้ต้องประเมินสถานการณ์ว่าถ้าเป็นเช่นนี้ ที่ราคาน้ำมันเขียวเกิน 25 บาท หรือ 28 บาท ก็มีความจำเป็นจะต้องจอดเรือประมง 2-3 เดือน หลังจากนั้นก็จะมีการเลิกจ้างแรงงานประมง เพราะหากจะให้จ่ายค่าจ้างโดยที่แรงงานไม่ได้ทำงานก็ไม่สามารถทำได้ ทั้งนี้ตนได้เดินทางเข้าพบนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ก็มีข้อเสนอทางเลือกให้เติมน้ำมัน บี 20 ที่ราคาต่ำกว่าตลาด แต่ต้องปรับแต่งเครื่องยนต์ ทำให้ต้องลงทุนเพิ่ม

ซึ่งที่ผ่านมาสัตว์น้ำที่จับมาได้ก็ไม่มีแนวโน้มว่าราคาจะเพิ่มสูงขึ้น ณ ขณะนี้หากสถานการณ์เป็นแบบนี้ ก็จะทำให้มีปัญหาสัตว์น้ำจากประเทศเมียนมา ทะลักเข้าจากชายแดนด้านจังหวัดระนอง ทั้งถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย ซึ่งพ่อค้าก็ต้องไปนำสัตว์น้ำที่สามารถทำกำไรได้มาทดแทนสัตว์น้ำของไทย ซึ่งเป็นหลักการทำธุรกิจทั่วไป เพราะราคาสินค้าสัตว์น้ำของเมียนมาถูกกว่าไทย กว่า 50% แต่ก็ต้องลุ้นเรื่องคุณภาพ ที่ไม่ผ่านระบบ IUU แต่ของไทยผ่านการตรวจคุณภาพ 100% สำหรับเรือประมงในจังหวัดสงขลาที่เตรียมจอด ปลายเดือนมีนาคมนี้ มีประมาณ 200 กว่าลำ ส่วนจังหวัดปัตตานีเกือบ 1,000 ลำ







