สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากเมืองคาลส์รูเออ ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 24 มี.ค. ว่าคดีนี้ถูกยื่นฟ้องโดยกลุ่มรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมแห่งเยอรมนี (ดียูเอช) ที่ศาลยุติธรรมแห่งสหพันธรัฐ ซึ่งโจทก์อ้างอิงคำตัดสินสำคัญในปี 2564 ของศาลรัฐธรรมนูญเยอรมนี ที่ระบุว่า รัฐมีหน้าที่ปกป้องคนรุ่นอนาคตจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยพวกเขาได้พยายามนำหลักการนี้ไปใช้กับบริษัทต่าง ๆ

อย่างไรก็ตาม ศาลสูงสุดของเยอรมนีปฏิเสธข้อโต้แย้งของดียูเอช โดยระบุในคำตัดสินว่า สิทธิส่วนบุคคลของพลเมือง “ไม่ได้รับผลกระทบ” จากกิจกรรมทางธุรกิจของจำเลย ซึ่งยืนยันคำตัดสินของศาลชั้นล่าง

ศาลระบุว่า บุคคลทั่วไปไม่สามารถเรียกร้องให้ผู้ผลิตรถยนต์ งดเว้นการวางจำหน่ายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่ใช้เครื่องยนต์สันดาป ก่อนกำหนดเส้นตายของสหภาพยุโรป (อียู) ในคดีดังกล่าว กลุ่มเรียกร้องให้ผู้ผลิตยุติการออกรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลสู่ตลาด ภายในปี 2573 ซึ่งเร็วกว่าเป้าหมายในแผนของอียูถึง 5 ปี ขณะที่แผนดังกล่าวถูกปรับลดเมื่อปีที่แล้ว หลังการล็อบบี้อย่างหนักจากผู้ผลิตรถยนต์

ดียูเอชระบุว่า คำตัดสินนี้ไม่ได้ยกเว้นความรับผิดชอบของบีเอ็มดับเบิลยู และเมอร์เซเดส-เบนซ์ ต่อวิกฤติสภาพภูมิอากาศ โดยย้ำว่า ศาลได้ชี้แจงอย่างชัดเจนว่า ความรับผิดชอบในการดำเนินการนั้นอยู่ที่รัฐบาลกลาง และในขณะนี้ พวกเขากำลังพิจารณาถึงการยื่นอุทธรณ์ต่อศาลรัฐธรรมนูญ.

เครดิตภาพ : AFP