จากกรณีมีรายงานว่า นายสตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษด้านกิจการตะวันออกกลาง และนายจาเร็ด คุชเนอร์ บุตรเขยของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เสนอให้เพิ่มเติมการประกาศหยุดยิงเป็นเวลา 1 เดือน เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายใช้ช่วงเวลานี้พิจารณารายละเอียดของข้อตกลงทั้ง 15 ข้อ ทั้งนี้ อิสราเอลไม่เห็นด้วยกับการกำหนดกรอบการหยุดยิง 1 เดือน เนื่องจากกังวลว่า อาจกลายเป็นการเอื้อประโยชน์ให้ฝ่ายอิหร่านเป็นผู้คุมเกม และสงครามอาจจบลง ก่อนที่เงื่อนไขสำคัญซึ่งอิสราเอลต้องการจะบรรลุผลอย่างแท้จริง ตามที่ข่าวเสนอไปก่อนหน้านี้

เมื่อวันที่ 25 มี.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “พีระชาติ อินตา” อินฟลูฯ ด้านความมั่นคง ได้ออกมาโพสต์วิเคราะห์กรณี ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ อ้างถึงดีลลับกับอิหร่าน เผยว่า อิหร่านอาจยื่นข้อเสนอด้านพลังงาน ทั้งน้ำมันและก๊าซ รวมถึงการเปิดทางช่องแคบฮอร์มุซ แลกกับการผลักดันหยุดยิงชั่วคราว 1 เดือน และการเจรจาภายใต้แผน 15 ข้อ ลงเฟซบุ๊ก “พีระชาติ อินตา”

โดยเจ้าของโพสต์ ระบุข้อความว่า “พี่น้องครับ ผมเห็นข่าวแล้วถึงกับต้องอุทานว่า “แสบจริงๆ” เพราะทรัมป์อ้างว่าอิหร่านแอบส่งของขวัญชิ้นยักษ์มาให้สหรัฐ ซึ่งเจ้าตัวใบ้ชัดๆ ว่าคือเรื่องน้ำมันและก๊าซ ที่มีมูลค่ามหาศาล แถมยังโยงไปถึงการเปิดทางในช่องแคบฮอร์มุซอีกด้วย โดยทรัมป์เสนอว่าจะมีการผลักดัน หยุดยิงอิหร่านเป็นเวลา 1 เดือน เพื่อเปิดหน้าต่างแห่งโอกาสให้กับการเจรจา โดยได้ยื่นข้อเสนอเขย่าโลกที่เรียกว่า แผน 15 ข้อหยุดสงคราม ซึ่งประเด็นที่แหลมคมที่สุดไม่ใช่เรื่องนิวเคลียร์อย่างที่หลายคนกังวล แต่กลับเป็นเรื่องของ พลังงานสะอาดและทรัพยากรธรรมชาติ ที่จะเข้ามาเปลี่ยนโฉมหน้าเศรษฐกิจของอิหร่านไปเลย”

“พี่น้องครับ นี่คือการเดินหมากที่บีบให้หัวใจคนทั้งโลกสั่นสะเทือน เพราะถ้าข่าวนี้เป็นจริง ราคาน้ำมันที่เคยพุ่งกระฉูดอาจจะดิ่งเหวในพริบตา แต่ถ้ามันคือของปลอม สงครามตะวันออกกลางรอบนี้อาจจะเดือดทะลุปรอทกว่าเดิมหลายเท่าตัว พี่น้องครับ ลองคิดดูว่าอิหร่านที่เคยเป็นศัตรูเบอร์ต้นๆ โดนถล่มจนอ่วม กลับยอมยื่นข้อเสนอที่ทรัมป์เรียกว่ารางวัลชิ้นสำคัญ มาให้ถึงที่ ซึ่งมันสะท้อนให้เห็นว่าโครงสร้างอำนาจในเตหะราน กำลังเกิดแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ การที่ทรัมป์อ้างถึงการหายไปของบรรดาผู้นำสูงสุด ทั้งคาเมเนอีที่เขาบอกว่า “ไม่อยู่แล้ว” และผู้นำคนใหม่ที่ “ถูกจัดการไปแล้ว” นั้น มันเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่า สหรัฐ กำลังถือไพ่เหนือกว่า และกำลังดีลกับกลุ่มขั้วอำนาจใหม่ ที่พร้อมจะสยบยอมเพื่อความอยู่รอด”

นอกจากนี้ “แต่พี่น้องครับ เหรียญมันมีสองด้านเสมอ เพราะทันทีที่ทรัมป์ให้สัมภาษณ์จบ ฝั่งอิหร่านก็ออกมา “ฟาดกลับ” แบบไม่ไว้หน้า โดยสำนักข่าวหลักอย่าง IRNA และ FarsNews รายงานอ้างแหล่งข่าวความมั่นคงระดับสูงว่า สิ่งที่ทรัมป์พูดนั้นคือ FakeNews และเป็นเพียงสงครามจิตวิทยาเพื่อปั่นราคาน้ำมันโลกให้ลดลงเท่านั้นเอง โมฮัมหมัด บากีร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ถึงกับโพสต์สวนทันควันว่าไม่มีการเจรจาทั้งทางตรงหรือทางอ้อม และสหรัฐ กำลังสร้างเรื่องเพื่อหาทางลงจากหลุมพรางที่ตัวเองขุดไว้ร่วมกับอิสราเอล โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน “เอสมาอิล บาฆาอี” ย้ำชัดเจนว่าอิหร่านไม่ได้ส่งของขวัญอะไรให้ใครทั้งนั้น และการที่ทรัมป์อ้างเรื่องดีลพลังงาน ก็เป็นเพียงแผนการลดราคาน้ำมันเพื่อรักษาคะแนนนิยมในบ้านตัวเอง ในขณะที่กองกำลัง IRGC ยืนยันว่าพร้อมจะลุยต่อ”

อีกทั้ง “พี่น้องครับ ที่น่าเจ็บแสบที่สุด คือ มีกระแสข่าวจากฝั่งอิหร่านเรื่องการประกาศเก็บค่าผ่านทางในช่องแคบฮอร์มุซลำละ 2 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 66 ล้านบาท) ต่อเที่ยว โดยอ้างว่าสงครามมีต้นทุน ใครจะผ่านต้องจ่ายเพื่อความปลอดภัย งานนี้ขิงก็ราข่าก็แรงจริงๆ ครับ แต่พี่น้องครับ ที่ทรัมป์คุยโวว่า “คุยถูกตัว” นั้น มันมีเบื้องหลังที่ลึกซึ้งกว่านั้นเยอะ เพราะตอนนี้มีแผนผังเข็มทิศตัวใหม่ที่ชื่อว่าดีลลับ 15 ข้อ หลุดออกมาจากวงเจรจาที่ปากีสถานแล้ว ผมไปแกะรอยมาให้พี่น้องเห็นภาพชัดๆ ว่าแผน 15 ข้อที่สหรัฐ ยื่นผ่านปากีสถานไปให้เตหะรานนั้น มันคือยาแรงที่บีบให้อิหร่านต้องเลือก ระหว่างการล่มสลายหรือการยอมกลืนเลือดเพื่อความอยู่รอด โดยมีตัวละครหลักอย่างจาเร็ด คุชเนอร์ และ สตีฟ วิตคอฟฟ์ เป็นคนถือร่างสัญญาฉบับนี้”

“เงื่อนไขเหล็กในแผนนี้คืออิหร่านต้องถอนรากถอนโคนนิวเคลียร์ทั้งหมด ห้ามเสริมสมรรถนะยูเรเนียมในแผ่นดินตัวเองแม้แต่เปอร์เซ็นต์เดียว และต้องส่งมอบยูเรเนียมที่มีอยู่เกือบครึ่งตันให้ IAEA เอาไปเก็บไว้ข้างนอก พี่น้องครับ ที่น่าสนใจคือทรัมป์ส่งสัญญาณว่า “คนที่ใช่” ในฝั่งอิหร่านอาจไม่ใช่พวกสายเหยี่ยวตัวเดิม เพราะทรัมป์อ้างว่าตอนนี้สหรัฐ กำลังดีลกับกลุ่มขั้วอำนาจใหม่ ซึ่งสอดคล้องกับข่าวลือ เรื่องการเปลี่ยนผ่านผู้นำหลังสิ้นสุดยุคของคาเมเนอี ที่อาจจะมองความจริงมากกว่าอุดมการณ์ ผมมองว่าของขวัญที่ทรัมป์เอามาโชว์ แท้จริงแล้วมันคือส่วนหนึ่งของดีล 15 ข้อนี้แหละครับ คือการที่อิหร่านยอมเปิดทางไหลของน้ำมัน และก๊าซเพื่อแลกกับการที่ทรัมป์สั่งหยุดถล่มโรงไฟฟ้า และโครงสร้างพื้นฐานพลังงานเป็นเวลา 5 วัน เพื่อเป็นช่วงเวลาวัดใจก่อนจะเซ็นสัญญาหยุดยิง”

อย่างไรก็ตาม “พี่น้องครับ เกมนี้คือการเดิมพันที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ตะวันออกกลาง ถ้าอิหร่านยอมรับ 15 ข้อนี้ โลกจะได้เห็นราคาน้ำมันดิ่งเหวครั้งใหญ่ แต่อำนาจของอิหร่านในภูมิภาคจะหายวับไปทันที แต่ถ้าเขาปฏิเสธ ของขวัญที่ทรัมป์ว่ามา ก็อาจจะเปลี่ยนเป็นระเบิดมหาศาล ที่จะถล่มเตหะรานให้ราบเป็นหน้ากลองในพริบตา จับตาดูกันต่อครับพี่น้อง ว่าปากีสถานจะปิดดีลนี้ได้สำเร็จ หรือจะเป็นเพียงการซื้อเวลาของเสือลำบากที่รอวันสวนกลับครับ”

ขอบคุณข้อมูล : พีระชาติ อินตา