เมื่อเวลา 18.30 น.วันที่ 25 มี.ค.2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจาที่ 6 พรรคการเมืองเสนอ เพื่อให้พิจารณาถึงปัญหาของวิกฤติพลังงานและผลกระทบต่อประชาชน โดยนายคริส โปตระนันทน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ อภิปรายว่า กำลังตามหาไอ้โม่งที่ทำให้ราคาน้ำมันแพงในประเทศไทย หากวันนี้เปิดให้นำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศเข้ามาขายในประเทศไทยได้ ไอ้โม่งที่กักตุนน้ำมันอยู่ต้องปล่อยน้ำมันออกมา วันนี้จะมาเฉลยไอ้โม่งตัวนั้นเป็นใคร คนที่กักตุนตามหาง่ายที่สุดจากผู้กลั่นน้ำมันในไทยที่มีอยู่ 6 โรง 3โรงถือหุ้นโดย ปตท. ร้อยละ 45  อีก 2โรงถือหุ้นโดยบางจาก ประกอบด้วยกองทุนวายุภักษ์ สำนักงานประกันสังคม และกระทรวงการคลัง ถือหุ้นรวม ร้อยละ 34 ส่วนอีก 1โรงถือหุ้นโดยเอกชน คือ เชฟรอน หากจะตามหาน้ำมันให้ตามจาก 6โรงนี้

นายคริส กล่าวต่อว่า หากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เรียกโรงกลั่น 6 แห่ง มาคุยแล้วพูดกันไม่รู้เรื่อง ให้เปิดใบอนุญาตนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ เพื่อให้โรงกลั่น 6แห่งนี้ ต้องขายแข่งกับตลาดโลก ทำให้น้ำมันลดลงทันที 7 บาท และยังสามารถยกเว้นการเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมัน แม้จะทำให้รัฐเสียรายได้ 2.4 แสนล้านบาท แต่เคยทำมาแล้วปี 2565 สมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ยกเว้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล 3 บาทต่อลิตร ขณะนั้นน้ำมันบาร์เรลละ 100เหรียญสหรัฐ แพงกว่าตอนนี้ก็ยังทำได้ ดังนั้นหากวันนี้สามารถเปิดใบอนุญาตนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน รวมถึงยกเลิกแวตน้ำมันทุกประเภท รวมทั้งหมดเสียรายได้ 3 แสนล้านบาท แต่ประชาชนจะกลับมามีน้ำมันอีกครั้ง รัฐต้องเสียสละ ถ้าทำ 3 เรื่องนี้สำเร็จ จะกลับไปใช้น้ำมันได้เพียงพอ.