เมื่อวันที่ 26 มี.ค. ภายหลังจากที่คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ได้มีมติเห็นชอบปรับลดอัตราการชดเชยราคาน้ำมันทั้งในกลุ่มดีเซลและเบนซิน ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิดปรับเพิ่มขึ้นทันที 6 บาทต่อลิตร โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป และจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติได้ในเร็วๆ นี้ ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
บรรยากาศในพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา อำเภอที่อยู่ใต้สุดของประเทศไทยที่มีพรมแดนติดต่อประเทศมาเลเซีย หลังมีการประกาศปรับขึ้นราคาน้ำมันโดยพบว่าที่ปั๊มน้ำมัน PT เบตงรัตนะบริการ ในเขตเทศบาลเมืองเบตง ราคาน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 39.48 ต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ อยู่ที่ 41.59 ต่อลิตร และเบนซินอยู่ที่ 50.18 ต่อลิตร โดยปั๊มที่เปิดให้บริการตั้งแต่ 06.00 น. เป็นไปอย่างคึกคัก โดยมีประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวเบตงเป็นจำนวนมาก ต่างนำรถยนต์และรถจักรยานยนต์มาเข้าคิวรอเติมน้ำมันอย่างต่อเนื่อง ขณะที่พนักงานปั๊มต้องเร่งให้บริการเพื่อรองรับความต้องการของประชาชนที่ทยอยเดินทางมาเข้าคิวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงเช้า

ด้านเกษตรกรชาวสวนทุเรียนเบตงที่นำรถยนต์ออกมาเข้าคิวรอเติมน้ำมัน บอกว่า จากการที่มีการปรับราคาน้ำมันขึ้นทีเดียว 6 บาทต่อลิตรนั้น ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าครองชีพและค่าใช้จ่ายในการเติมน้ำมันใส่ปั๊มน้ำเพื่อรดน้ำต้นทุเรียน โดยเฉพาะตนที่ใช้รถยนต์ในการเข้าทำสวน และสวนของตนก็เป็นเนินเขาต้องใช้น้ำมันวันละไม่ต่ำกว่า 30 ลิตร และต้องวิ่งตระเวนเติมน้ำมันทุกวัน โดยราคาน้ำมันจะขึ้น 6 บาท ก็รีบออกมาเติม ดีที่มีน้ำมันให้เติม แต่ทางปั๊มยังคงจำกัดการเติมได้เพียง 1,000 บาท และยังไม่ให้เติมใส่แกลลอน
ซึ่งก็มีคนหลายกลุ่มหลายอาชีพ ต่างออกมาเติมน้ำมันเป็นจำนวนมากเพราะกลัวน้ำมันจะหมด เพราะที่ปั๊มแห่งนี้ไม่ถึงเที่ยงน้ำมันก็หมดลงทันที แต่ยังดีที่ช่วงเที่ยงปั๊ม ปตท.เบตง จะเปิดให้บริการในช่วงเที่ยง ก็เป็นอีกปั๊มที่เปิด ตอนนี้ที่เบตง ปั๊มน้ำมันเขตเทศบาลที่เปิดอยู่มีอยู่ 3 ปั๊ม แต่ก็ไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนที่จำเป็นต้องใช้น้ำมันในการประกอบอาชีพของแต่ละคน แต่หากราคาน้ำมันขึ้นมาแบบนี้คงไม่ไหว จะต้องปรับเปลี่ยนการใช้รถยนต์ใช้น้ำมันในการประกอบอาชีพเพื่อลดต้นทุนให้ได้มากที่สุด




