นางสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) เปิดเผยในระหว่างนำสื่อมวลชนในโครงการสื่อมวลชนสัญจร สืบสานพระราชดำริ ปี 2568 เยี่ยมชมความคืบหน้าในการดำเนินงานและการขยายผลสู่ราษฎร ของศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมาว่า ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางสำคัญที่สามารถช่วยให้ประชาชนสามารถผ่านวิกฤติเศรษฐกิจที่เป็นผลมาจากปัญหาด้านพลังงาน หนึ่งในปัจจัยการผลิตและการดำรงชีวิตของผู้คนในสังคมได้เป็นอย่างดี

“เศรษฐกิจพอเพียงไม่ใช่หมายถึงการใช้ชีวิตที่หันมาทำการเพาะปลูกพืชผักเพื่อการบริโภคเท่านั้น หากแต่เป็นการใช้ชีวิตที่มีภูมิคุ้มกัน ไม่ใช้จ่ายเกินกำลังของรายรับ ไม่ลงทุนเกินตัว พึ่งพาตนเองเป็นเบื้องต้น เหลือแจกจ่ายแบ่งปันและขายเป็นรายได้สำหรับเก็บออม อย่างศูนย์ศึกษาการพัมนาเขาหินซ้อนฯ ทุกกิจกรรมที่ขยายผลสู่การปฏิบัติใช้ของราษฎรจะอยู่ภายใต้กรอบการนน้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางในการดำเนินงาน” นางสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการ กปร. กล่าว

เลขาธิการ กปร. กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่าปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจะเกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตในทุกมิติ เช่น ตอนนี้ราคาน้ำมันแพง แทนที่จะใช้รถหลายคันของบ้านหลังหนึ่งก็เดินทางด้วยกันใช้รถเพียงคันเดียว หรือใช้รถโดยสารสาธารณะเช่นรถเมล์ รถไฟฟ้า ก็จะช่วยประหยัดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงและงบประมาณได้ นี่ก็คือหลักอย่างหนึ่งของปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งไม่ใช่เกี่ยวกับเรื่องภาคการเกษตรเพียงอย่างเดียวหากแต่เป็นแนวทางสำหรับการดำเนินชีวิตในสายกลาง ที่จะช่วยให้รอดพ้นวิกฤติ มีภูมิคุ้มกันในเรื่องต่างๆ ได้ เป็นอย่างดี

“ประเทศไทยเราโชคดีที่ สามารถผ่านพ้นวิกฤติทั้งจากภัยธรรมชาติ ภัยสังคม โรคภัย และภัยจากการเมืองโลกได้ด้วยดีตลอดมา ทุกวิกฤติจะไม่ปรากฎว่ามีคนไทยต้องอดตาย ตรงกันข้ามกลับมีกินมีใช้ทั้งประทังชีวิตและฟื้นฟูการพัฒนาประเทศชาติได้อย่างรวดเร็วภายหลักจากผ่านพ้นวิกฤติ ด้วยมีศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 6 แห่ง ศูนย์สาขา 19 แห่ง ศูนย์เรียนรู้ที่เกิดจากการขยายผลของศูนย์ศึกษาการพัฒนาอีก 221 แห่งที่กระจายอยู่ทั่วภูมิภาคของประเทศ ทำหน้าที่เป็นต้นแบบให้ประชาชนเข้าไปศึกษาดูงาน แล้วนำความสำเร็จเหล่านั้นมาปฏิบัติใช้ในครอบครัว ชุมชน ของตนเองภายใต้แนวทางการปฏิบัติตามหลักปรัขญาของเศรษฐกิจพอเพียง พื้นฐานสำคัญที่ทำให้คนไทยสามารถผ่านวิกฤติได้ตลอดมา “ เลขาธิการ กปร. กล่าว

การนี้คณะสื่อมวลชนได้เยี่ยมชมการดำเนินงานของศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนฯ ที่ได้สืบสานแนวพระราชดำริ
ในการศึกษา ค้นคว้า ทดลอง วิจัย และจัดทำแปลงสาธิตการพัฒนาด้านเกษตรกรรม เพื่อหารูปแบบในการพัฒนาพื้นที่ดิน
เสื่อมโทรมให้สามารถนำกลับมาทำการเพาะปลูกได้อีกครั้งหนึ่ง และนำองค์ความรู้มาจัดทำเป็นคู่มือ ตำรา หลักสูตรอบรม ตลอดถึงจัดทำแปลงสาธิตเพื่อให้ราษฎรเข้ามาศึกษาเรียนรู้และนำกลับไปปฏิบัติใช้ในพื้นที่ของตนเอง เป็นแหล่งให้บริการองค์ความรู้แบบ “ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว (One stop service)”

พร้อมเยี่ยมชมกิจกรรมและแปลงสาธิต ภายในศูนย์ศึกษาฯ อาทิ ฐานเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ ฐานเรียนรู้การปลูกและแปรรูปสมุนไพร ฐานเรียนรู้การปลูกหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ พร้อมชมผลิตภัณฑ์และผลผลิตของเกษตรกรเครือข่าย ณ ร้านพวงคราม บริเวณด้านหน้าศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนฯ

สำหรับศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานพระราชดำริให้จัดตั้งขึ้น เมื่อปี 2522 จนปัจจุบันเป็นระยะเวลา 43 ปี ได้ดำเนินการพัฒนาในด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านดิน แหล่งน้ำ และป่าไม้ ที่เหมาะสมสอดคล้องกับภูมิสังคม ถูกต้องตามหลักวิชาการ โดยใช้เทคโนโลยีที่เรียบง่ายประหยัด เกษตรกรสามารถนำไปดำเนินการด้วยตนเองได้ และปัจจุบันมีผู้คนที่สนใจ เข้ามาศึกษาเรียนรู้ดูงานเพื่อนำไปปฏิบัติใช้ในพื้นที่ของตนเอง และท่องเที่ยวชมการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี

จากนั้นสื่อมวชนและคณะได้เดินทางไปยังศูนย์เรียนรู้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนมิตรสัมพันธ์ (นางสาวเครือวรรณ จันทศรี) ตำบลบ้านซ่อง อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา เยี่ยมชมแปลงเกษตรผสมผสาน ประกอบด้วย มะดัน ตะลิงปลิง มะม่วงหาวมะนาวโห่ ฯลฯ ชมผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน อย. และผลการดำเนินงานของเกษตรกรขยายผลของศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนฯ

จุดเด่นของศูนย์เรียนรู้ฯ แห่งนี้ คือการนำผลผลิตที่เหลือจากการเกษตรมาแปรรูปเป็นผลไม้แช่อิ่มชนิดต่างๆ รวมถึงผลไม้กวน และการแปรรูปสมุนไพรต่างๆ เพื่อเป็นเครื่องสำอาง มีการดำเนินชีวิตตามวิถีความพอเพียง ด้วยการนำผลผลิตทางการเกษตรที่เหลือจากบริโภคและขาย มาแปรรูปให้เกิดประโยชน์ มีการศึกษาค้นคว้าหาความรู้ทั้งจากการลองผิดลองถูกด้วยตนเอง พร้อมประยุกต์ความรู้ที่ได้จากการค้นคว้าจากแหล่งความรู้ต่างๆ มาประยุกต์ใช้ มีการวางแผนการปลูก การผลิต การจัดการผลผลิต การแปรรูป การตลาด และการจัดการทางธุรกิจที่เหมาะสมอย่างเป็นระบบ โดยใช้ความรู้จากศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนฯ มาสนับสนุน อาทิการดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การปรับปรุงบำรุงดินด้วยปุ๋ยพืชสด การทำการเกษตรแบบผสมผสาน การทำบัญชีฟาร์ม การผลิตน้ำหมักชีวภาพ สารไล่แมลง และการผลิตปุ๋ยหมัก การทำเกษตรทฤษฎีใหม่ การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรและการพัฒนาช่องทางการตลาดในการจัดจำหน่ายสินค้า เป็นต้น