กลุ่มผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัย Radboud ในเนเธอร์แลนด์เพิ่งเผยผลการศึกษาใหม่เมื่อไม่นานมานี้ว่า อาการที่มองเห็นจุดดำหรือหยากไย่ลอยไปมา (Floaters) นั้นอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว จากเดิมที่ถูกมองว่าเป็นเพียงปัญหาวุ้นในตาเสื่อมและถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่อันตราย

ข้อมูลจากศูนย์สุขภาพแห่งสหราชอาณาจักรระบุว่า สิ่งนี้เกิดจากภาวะที่เรียกว่า วุ้นตาแยกตัวออกจากจอประสาทตา ซึ่งเป็นกระบวนการที่ไม่อันตราย แต่แล้ว ผลการศึกษาที่เผยแพร่ออกมาในเดือนมีนาคมนี้กลับชี้ว่า ภาวะดังกล่าวอาจเป็นสัญญาณของปัญหาใหญ่กว่านั้น เช่น ภาวะจอประสาทตาหลุดลอก หรือในกรณีที่รุนแรงอาจส่งผลให้สูญเสียการมองเห็นได้ 

อย่างไรก็ตาม ในหลายกรณี อาการมองเห็นจุดดำลอยไปมาและ “แสงวาบ” (Flashes) ก็เกิดขึ้นได้โดยไม่มีสาเหตุที่แน่ชัดเช่นกัน

ทีมวิจัยได้วิเคราะห์บันทึกสุขภาพอิเล็กทรอนิกส์ที่ครอบคลุมผู้ป่วยประมาณ 42,000 ราย พบว่ามีผู้ป่วย 1,089 ราย (อายุ 18 ปีขึ้นไป) ที่เข้ารับการตรวจรวม 1,181 ครั้ง ระบุว่าพบจุดดำลอยไปมาจุดใหม่, เห็นแสงวาบ หรือมีทั้งสองอาการ

ผู้ป่วยเหล่านี้ถูกแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่มีจุดดำลอยไปมาอย่างเดียว, กลุ่มที่มีแสงวาบอย่างเดียว หรือกลุ่มที่มีทั้งสองอาการพร้อมกัน ผลการศึกษาพบว่าร้อยละ 61 เป็นผู้หญิง ขณะที่ร้อยละ 57 มีอายุระหว่าง 50 – 70 ปี ในวัยนี้เป็นที่ทราบกันดีว่าวุ้นตาจะหดตัวตามธรรมชาติและดึงตัวออกจากจอประสาทตา ทำให้เกิดจุดดำลอยไปมาหรือแม้แต่เกิดการฉีกขาดของจอประสาทตาได้

จากการเข้ารับการตรวจ 1,181 ครั้ง พบว่ามี 77 รายที่ประสบสภาวะจอประสาทตาหลุดลอกหรือจอประสาทตาฉีกขาด โดยมีตัวเลขที่น่าสนใจคือ ผู้ที่มีอาการเห็นแสงวาบเพียงอย่างเดียว พบภาวะจอประสาทตาหลุดลอกหรือฉีกขาดเพียงร้อยละ 4.7 ขณะที่ผู้ที่มีอาการมองเห็นจุดดำหรือหยากไย่ลอยไปมา พบสภาวะเดียวกันถึงร้อยละ 6.1

ส่วนกลุ่มที่มีทั้งสองอาการพร้อมกัน มีอัตราการเกิดจอประสาทตาหลุดลอกหรือฉีกขาดสูงที่สุด คือร้อยละ 8.4 ซึ่งหมายความว่า ผู้ป่วยที่มีทั้งสองอาการมีความเสี่ยงที่จะเกิดจอประสาทตาหลุดลอกหรือฉีกขาด มากกว่าผู้ที่เห็นเพียงแสงวาบอย่างเดียวถึงร้อยละ 56

ดังนั้น โดยสรุปแล้ว ผู้ป่วยที่มีจุดดำลอยไปมาหลายจุด มีโอกาสร้อยละ 19.8 ที่จะเกิดจอประสาทตาหลุดลอก และความเสี่ยงนี้จะเพิ่มสูงขึ้นเป็นร้อยละ 29.4 เมื่อมีทั้งอาการจุดดำลอยไปมาและแสงวาบร่วมกัน

กระนั้น คณะวิจัยเน้นย้ำว่า อาการมองเห็นจุดดำลอยไปมาส่วนใหญ่ ไม่ใช่ภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ โดยจำนวนผู้ป่วยที่มีมองเห็นจุดดำลอยไปมาเพียงอย่างเดียว คิดเป็นร้อยละ 36.7 ของผู้เข้ารับการตรวจทั้งหมด ขณะที่ร้อยละ 32.3 ของจำนวนนี้เป็นกรณีของวุ้นในตาแยกตัวออกจากจอประสาทตาซึ่งเป็นไปตามวัยและไม่อันตราย

สำหรับภาวะจอประสาทตาหลุดลอกสามารถวินิจฉัยได้ผ่านการตรวจตาแบบขยายม่านตาโดยจักษุแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านทัศนมาตรศาสตร์ และสามารถรักษาได้อย่างรวดเร็วด้วยการผ่าตัดภายใน 24 – 48 ชั่วโมง

ที่มา : ladbible.com

เครดิตภาพ : Generated by Gemini