สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 27 มี.ค. ว่า ฟิลิปปินส์มีต้นทุนด้านพลังงานสูงที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาค และกำลังเผชิญกับวิกฤติการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น เนื่องจากแหล่งก๊าซมาลัมปายา ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานประมาณ 40% ของเกาะลูซอน ที่เป็นเกาะหลักของหมู่เกาะแห่งนี้ คาดว่าจะหมดลงภายในไม่กี่ปีข้างหน้า
มาร์กอสกระบุผ่านวิดีโอบนเฟซบุ๊กว่า บ่อก๊าซคามาโก-3 ได้ถูกเจาะและทดสอบสำเร็จแล้ว โดยสามารถผลิตก๊าซได้มากถึง 60 ล้านลูกบาศก์ฟุตมาตรฐานต่อวัน และเสริมว่า คาดว่าบ่อก๊าซนี้จะเริ่มใช้งานได้อย่างเต็มที่ภายในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้
ผู้นำฟิลิปปินส์กล่าวว่า ผลผลิตจากบ่อก๊าซเพียงบ่อเดียวนี้จะเกินผลผลิตทั้งหมดของแหล่งก๊าซที่ค้นพบใหม่ ทางตะวันออกของแหล่งก๊าซมาลัมปายา โดยบ่อคามาโก-3 มีปริมาณก๊าซที่สามารถนำมาใช้ได้มากกว่าบ่อก๊าซมาลัมปายา อีสต์-1 ประมาณ 2.5 เท่า และคาดว่าจะช่วยยืดอายุการใช้งานของแหล่งก๊าซมาลัมปายา ได้อีกประมาณ 6 ปี
ในแถลงการณ์ บริษัท ไพร์ม เอเนอร์จี ผู้ดำเนินการแหล่งก๊าซมาลัมปายากล่าวว่า บ่อก๊าซแห่งใหม่เพิ่มปริมาณก๊าซที่สามารถผลิตได้เป็น 2 เท่า จากปริมาณสำรองที่เหลืออยู่ของแหล่งก๊าซ
แม้ก๊าซธรรมชาติจะคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 14-17.5% ของการผลิตไฟฟ้าของประเทศ แต่ฟิลิปปินส์ยังคงพึ่งพาถ่านหินนำเข้า ซึ่งปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นจำนวนมากกว่าครึ่งหนึ่งของการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด
อย่างไรก็ดี นางชารอน การิน รมว.พลังงานฟิลิปปินส์ กล่าวว่า ประเทศแห่งนี้จะถูกบังคับให้พึ่งพาถ่านหินมากขึ้น “ชั่วคราว” เนื่องจากต้นทุนของก๊าซธรรมชาติเหลวนำเข้าพุ่งสูงขึ้นจากสงคราม.
เครดิตภาพ : AFP



