วันนี้ (31 มี.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัฐบาลสเปนได้ตัดสินใจปิดน่านฟ้า ไม่ให้เครื่องบินของสหรัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสงครามระหว่างสหรัฐ-อิสราเอลและอิหร่านบินผ่าน ซึ่งถือเป็นก้าวล่าสุดในการแสดงจุดยืนคัดค้านสงครามของประเทศสเปน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของสเปน มาร์การิตา โรเบลส ได้ยืนยันเรื่องนี้ต่อผู้สื่อข่าวเมื่อวันจันทร์ หลังจากหนังสือพิมพ์เอล ปาอิส ของสเปน ได้รายงานข้อมูลจากแหล่งข่าวทางทหารแล้ว
“เราได้ชี้แจงต่อกองทัพสหรัฐอย่างชัดเจนมาตั้งแต่ต้นแล้ว ไม่อนุญาตให้ใช้ทั้งฐานทัพ และแน่นอนว่าไม่อนุญาตให้ใช้น่านฟ้าของสเปน สำหรับการดำเนินการใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับสงครามในอิหร่าน” รัฐมนตรีโรเบลสกล่าว พร้อมเสริมว่าจุดยืนของสเปนนั้นชัดเจนมาก และเธอเรียกสงครามครั้งนี้ว่า “ผิดกฎหมายอย่างร้ายแรงและไม่ยุติธรรมอย่างยิ่ง”
“เรื่องนี้ได้แจ้งให้กองทัพสหรัฐทราบอย่างชัดเจนตั้งแต่แรกแล้ว ดังนั้น จึงไม่อนุญาตให้สหรัฐใช้ทั้งฐานทัพน่านฟ้าของสเปน สำหรับการดำเนินการใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับสงครามในอิหร่าน” โรเบลส กล่าว
“ฉันคิดว่าทุกคนรู้จุดยืนของสเปน มันชัดเจนมาก” รัฐมนตรีโรเบลสกล่าวเสริม โดยเรียกสงครามระหว่างสหรัฐ-อิสราเอลและอิหร่านว่า “ผิดกฎหมายอย่างร้ายแรงและไม่ยุติธรรมอย่างยิ่ง”
ก่อนหน้านี้ในช่วงต้นเดือน นายกรัฐมนตรี เปโดร ซานเชซ กล่าวว่า ไม่อนุญาตให้สหรัฐใช้ฐานทัพโรตาและโมรอนทางตอนใต้ของสเปน ระบุว่าสงครามนี้เป็นสิ่งที่ “ไม่อาจหาเหตุผลมาอ้างได้” และ “อันตราย” ส่งผลให้เครื่องบินทหารของสหรัฐจำนวน 15 ลำ ต้องย้ายไปลงจอดที่อื่นแทน
หลังจากนั้น ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ได้ออกมาขู่ว่าจะตัดความสัมพันธ์ทางการค้ากับสเปน
ขณะนี้ รัฐบาลสเปนภายใต้การนำของรัฐบาลฝ่ายซ้ายโดยนายกรัฐมนตรีซานเชซ ได้กลายเป็นเสียงคัดค้านที่ดังที่สุดในยุโรปต่อการปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐและอิสราเอลในตะวันออกกลาง ในขณะที่สหภาพยุโรปยังคงมีท่าทีคลุมเครือต่อสงครามครั้งนี้ มีเพียงการเรียกร้องให้ลดความรุนแรงและปกป้องพลเรือน โดยไม่ได้ออกมาคัดค้านการโจมตีอิหร่านอย่างชัดเจน
เครดิตภาพ : AFP



