นายโอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวถึงโฉมหน้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ โดยเฉพาะกรณีที่มีการเรียกนักการเมืองรุ่นใหม่บางส่วนว่า “รัฐมนตรีลูกเทพ” ว่า หากพิจารณาอย่างเป็นธรรม บุคคลเหล่านี้ล้วนเข้าสู่ตำแหน่งผ่านกระบวนการเลือกตั้งภายใต้ระบอบประชาธิปไตย และมีความชอบธรรมในฐานะผู้แทนของประชาชน
“นายโอฬาร กล่าวว่า “ที่ผ่านมาสังคมไทยเองก็เรียกร้องให้ตำแหน่งทางการเมือง โดยเฉพาะรัฐมนตรี ต้องยึดโยงกับประชาชนผ่านการเลือกตั้ง มากกว่าการแต่งตั้งจากกลไกอื่น ดังนั้น เมื่อบุคคลที่มาจากการเลือกตั้งได้รับตำแหน่ง แต่กลับถูกตั้งคำถามจากทัศนคติส่วนบุคคล ก็ต้องย้อนถามเช่นกันว่า สอดคล้องกับหลักประชาธิปไตยเพียงใด การวิพากษ์ควรตั้งอยู่บนเหตุผลและความเป็นธรรม ไม่ใช่การตัดสินจากภาพจำหรืออคติทางการเมือง
สังคมไทยมีแนวโน้มใช้มาตรฐานสองชั้นต่อคนรุ่นใหม่ในทางการเมือง โดยเปิดโอกาสและให้ความเชื่อมั่นกับบางพรรคการเมือง แต่กลับตั้งแง่เชิงลบกับอีกบางกลุ่มตั้งแต่ต้น ซึ่งไม่เป็นธรรมต่อระบบการเมือง ทั้งนี้นักการเมืองรุ่นใหม่ที่สามารถพิสูจน์ตัวเองผ่านผลงาน อาทิ นายภราดร ปริศนานันทกุล นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติน.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ และ นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล ซึ่งล้วนได้รับการยอมรับในระดับหนึ่งจากการทำงานจริง”
นายโอฬาร กล่าวต่อว่า จากการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ ไม่ได้หมายถึงการละเว้นการตรวจสอบ แต่ไม่ควรตัดสินล่วงหน้า ก่อนที่บุคคลเหล่านั้นจะได้พิสูจน์ศักยภาพทั้งนี้การเติบโตของนักการเมืองรุ่นใหม่จำนวนมาก อาจมีพื้นฐานจากครอบครัวทางการเมือง ซึ่งถือเป็นทั้งทุนทางสังคมและบทเรียน แต่ท้ายที่สุด สิ่งที่จะตัดสินความเหมาะสม ไม่ใช่สายสัมพันธ์ หากแต่เป็น ผลงาน ความสามารถ และความรับผิดชอบต่อสาธารณะ
“ประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง ต้องใจกว้างพอที่จะให้โอกาส และอดทนพอที่จะรอการพิสูจน์ผ่านผลงาน ซึ่ง สังคมไทยพร้อมหรือยังที่จะใช้มาตรฐานเดียวกันในการประเมินคนจากทุกพรรคการเมือง และเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้เติบโตภายใต้กติกาประชาธิปไตยอย่างแท้จริง” นายโอฬาร กล่าว



