กลายเป็นเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจ และพยากรณ์ถึงความลึกลับของชีวิตหลังความตาย เมื่อสื่ออังกฤษ The Mirror ถ่ายทอดประสบการณ์ของ พาเมลา แนนซ์ อดีตนักโบราณคดีที่เคยเผชิญนาทีชีวิตจากอาการเส้นเลือดในกระเพาะอาหารแตก เมื่อปี 1990 จนเข้าสู่สภาวะหมดสติ และหลุดเข้าไปในมิติที่เธอเชื่อว่าเป็น “โลกหลังความตาย” เป็นเวลาถึง 4 วัน ก่อนจะฟื้นคืนชีพขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์
พาเมลาเล่าว่าขณะที่ร่างกายของเธอกำลังวิกฤติ สติของเธอกลับไปยืนอยู่ท่ามกลางทัศนียภาพหุบเขาสีเขียว และเทือกเขาหิมะที่งดงามเกินกว่าจะบรรยายด้วยภาษาบนโลกได้ เธอรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้มีรูปร่างเป็นเนื้อหนัง แต่เป็น “พลังงาน” ที่เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ และในดินแดนแห่งความสงบนั้นเอง สิ่งที่ทำให้หัวใจของเธอพองโตที่สุด คือการได้พบกับ “ฮอลลี” สุนัขพันธุ์ร็อตไวเลอร์แสนรัก ที่เพิ่งเสียชีวิตไปไม่นาน
ในการพบกันครั้งนั้น ฮอลลีกลับมาอยู่ในสภาพที่แข็งแรง และกระฉับกระเฉงที่สุด พาเมลาบรรยายถึงวินาทีสุดซึ้ง ที่เธอกอดสุนัขตัวโปรดพร้อมหลั่งน้ำตาแห่งความสุข โดยมีฮอลลีคอยเลียน้ำตา และสื่อสารความรักที่ไร้เงื่อนไขมาให้ ก่อนที่สติของเธอจะถูกดึงกลับสู่โลกความเป็นจริง ด้วยเสียงเรียกอันเจ็บปวดของสามีที่พยายามยื้อชีวิตเธอไว้ในห้องไอซียู
ประสบการณ์เฉียดตาย (Near-Death Experience – NDE) ในครั้งนั้น ได้เปลี่ยนมุมมองชีวิตของพาเมลาไปอย่างสิ้นเชิง เธอกล่าวว่าโลกสามมิติที่เราอาศัยอยู่นี้ เป็นเพียงความจริงส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่ตัวตนที่แท้จริงของมนุษย์นั้น ยิ่งใหญ่และเชื่อมโยงกับ “ผู้สร้าง” ผ่านความรักที่ไม่มีขอบเขต บทเรียนสำคัญที่เธอได้รับมา คือการตระหนักว่า “ความกลัว” คือสิ่งเดียวที่กั้นขวางเราไว้ และในวาระสุดท้ายของชีวิต สิ่งที่สำคัญที่สุดมีเพียงอย่างเดียวคือ “ความรัก”
ปัจจุบันเรื่องราวของพาเมลา ยังคงเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจในวงการจิตวิทยาและวิทยาศาสตร์ทางจิต ถึงความเชื่อมโยงระหว่างสายใยของมนุษย์และสัตว์เลี้ยง ที่อาจก้าวข้ามขีดจำกัดของความตาย ไปสู่มิติที่เรายังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้
ที่มาและภาพ : insight korea, The Mirror



