สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันที่ 2 เม.ย. ว่าแถลงการณ์ซึ่งออกโดยรัฐมนตรีการต่างประเทศของซาอุดีอาระเบีย อียิปต์ จอร์แดน อินโดนีเซีย ปากีสถาน กาตาร์ ตุรกี และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เตือนว่า กฎหมายฉบับนี้ถือเป็นการ “ยกระดับความตึงเครียด” เมื่อพิจารณาจากการเลือกปฏิบัติต่อนักโทษชาวปาเลสไตน์

แถลงการณ์ย้ำว่า “มาตรการดังกล่าวเสี่ยงที่จะทำให้ความตึงเครียดรุนแรงขึ้น และบ่อนทำลายเสถียรภาพในภูมิภาค”

นอกจากนั้น รัฐมนตรีจากทั้ง 8 ชาติ ได้แสดงจุดยืนไม่สนับสนุนนโยบายที่เลือกปฏิบัติ การกดขี่ และรุนแรง ที่มุ่งเป้าไปที่ชาวปาเลสไตน์ พร้อมเรียกร้องให้อิสราเอลหลีกเลี่ยงการบังคับใช้มาตรการดังกล่าว ที่อาจเป็นการยกระดับความขัดแย้ง

อนึ่ง ภายใต้กฎหมายที่รัฐสภาอิสราเอลผ่านเมื่อคืนวันจันทร์ (30 มี.ค.) ชาวปาเลสไตน์ในเขตเวสต์แบงก์ที่ถูกตัดสินว่า มีความผิดฐานจงใจก่อเหตุโจมตีที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต ตามที่ศาลทหารอิสราเอลถือว่าเป็น “การก่อการร้าย” จะต้องเผชิญกับโทษประหารชีวิต.