สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันที่ 2 เม.ย. ว่าแถลงการณ์ซึ่งออกโดยรัฐมนตรีการต่างประเทศของซาอุดีอาระเบีย อียิปต์ จอร์แดน อินโดนีเซีย ปากีสถาน กาตาร์ ตุรกี และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เตือนว่า กฎหมายฉบับนี้ถือเป็นการ “ยกระดับความตึงเครียด” เมื่อพิจารณาจากการเลือกปฏิบัติต่อนักโทษชาวปาเลสไตน์
แถลงการณ์ย้ำว่า “มาตรการดังกล่าวเสี่ยงที่จะทำให้ความตึงเครียดรุนแรงขึ้น และบ่อนทำลายเสถียรภาพในภูมิภาค”
#Statement | The Foreign Ministers of the Kingdom of Saudi Arabia, the Arab Republic of Egypt, the Hashemite Kingdom of Jordan, the Republic of Indonesia, the Islamic Republic of Pakistan, the State of Qatar, the Republic of Türkiye and the United Arab Emirates strongly condemned… pic.twitter.com/vAKktLcd0r
— Foreign Ministry ???????? (@KSAmofaEN) April 2, 2026
นอกจากนั้น รัฐมนตรีจากทั้ง 8 ชาติ ได้แสดงจุดยืนไม่สนับสนุนนโยบายที่เลือกปฏิบัติ การกดขี่ และรุนแรง ที่มุ่งเป้าไปที่ชาวปาเลสไตน์ พร้อมเรียกร้องให้อิสราเอลหลีกเลี่ยงการบังคับใช้มาตรการดังกล่าว ที่อาจเป็นการยกระดับความขัดแย้ง
อนึ่ง ภายใต้กฎหมายที่รัฐสภาอิสราเอลผ่านเมื่อคืนวันจันทร์ (30 มี.ค.) ชาวปาเลสไตน์ในเขตเวสต์แบงก์ที่ถูกตัดสินว่า มีความผิดฐานจงใจก่อเหตุโจมตีที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต ตามที่ศาลทหารอิสราเอลถือว่าเป็น “การก่อการร้าย” จะต้องเผชิญกับโทษประหารชีวิต.



