สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 3 เม.ย. ว่า มาครง กล่าวระหว่างการเดินทางเยือนเกาหลีใต้ว่า มีผู้สนับสนุนการปลดปล่อยช่องแคบฮอร์มุซผ่านปฏิบัติการทางทหาร ซึ่งเป็นจุดยืนที่สหรัฐแสดงออกในบางครั้ง แต่เขามองว่ามันเกิดการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่ทางเลือก และไม่เข้ากับความเป็นจริง

“ปฏิบัติการดังกล่าวจะใช้เวลานานเกินไป และทำให้ผู้ที่ข้ามช่องแคบฮอร์มุซเผชิญกับภัยคุกคามจากชายฝั่ง โดยเฉพาะจากกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (ไออาร์จีซี) ซึ่งครอบครองทรัพยากรจำนวนมาก รวมถึงขีปนาวุธ แต่การปลดปล่อยช่องแคบฮอร์มุซสามารถทำได้ผ่านการประสานงานกับอิหร่านเท่านั้น” มาครง กล่าวเพิ่มเติม พร้อมกับเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหยุดยิง และกลับเข้าสู่กระบวนการเจรจา

นอกจากนี้ มาครงยังแสดงความไม่พอใจต่อแถลงการณ์ของทรัมป์ เกี่ยวกับความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

“คุณต้องจริงจัง เมื่อคุณต้องการที่จะจริงจัง คุณไม่ควรพูดตรงกันข้ามกับสิ่งที่คุณพูดเมื่อวันก่อน และบางทีคุณก็ไม่ควรพูดทุกวัน” มาครง กล่าว “หากคุณสร้างความสงสัยเกี่ยวกับความมุ่งมั่นของคุณทุกวัน คุณก็จะทำให้ความมุ่งมั่นนั้นว่างเปล่า มันมีการพูดมากเกินไป และออกนอกเรื่องในทุกทิศทาง”

อนึ่ง ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่สำคัญ ถูกปิดกั้นอย่างแทบจะสิ้นเชิงเป็นเวลานานหลายสัปดาห์ เนื่องจากสงครามในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องพุ่งสูงขึ้นทั่วโลก ซึ่งไออาร์จีซีให้คำมั่นว่าจะปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อไป เพื่อไม่ให้ “ศัตรูของอิหร่าน” เดินทางผ่าน ขณะที่ทรัมป์กำหนดให้การเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง เป็นเงื่อนไขสำหรับการหยุดยิง.

เครดิตภาพ : REUTERS