นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า “กุ้งก้ามกรามเขื่อนอุบลรัตน์” นับเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดขอนแก่น ด้วยรสชาติดีและเป็นที่ต้องการของตลาด กรมประมง โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดขอนแก่น กองวิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด จึงได้ดำเนินการผลิตและปล่อยพันธุ์กุ้งก้ามกรามลงสู่อ่างเก็บน้ำเขื่อนอุบลรัตน์และแหล่งน้ำโดยรอบอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2524 ปีละกว่า 3–5 ล้านตัว ภายใต้โครงการเพิ่มผลผลิตกุ้งก้ามกรามในอ่างเก็บน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ และได้มีการติดตามและประเมินผลการนำไปใช้ประโยชน์อย่างใกล้ชิด  โดยปรากฎว่าสามารถเพิ่มผลผลิตได้เฉลี่ยถึงปีละกว่า 2,000 กิโลกรัม  คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 1.5 ล้านบาทต่อปี

สำหรับในปี 2568 ที่ผ่านมา ได้ปล่อยกุ้งก้ามกรามลงเขื่อนอุบลรัตน์มากกว่า 4 ล้านตัว และปล่อยลงสู่แม่น้ำพองอีกประมาณ 1 ล้านตัว  ส่งผลให้ทรัพยากรฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ชาวประมงในพื้นที่โดยเฉพาะอำเภออุบลรัตน์ สามารถจับกุ้งก้ามกรามได้เป็นจำนวนมาก  โดยเฉพาะบริเวณลำน้ำพอง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของภารกิจการผลิตและปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำของกรมประมง ที่มุ่งฟื้นฟูทรัพยากร เพื่อสร้างอาชีพ สร้างรายได้ ให้กับชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่และสอบถามชาวประมง ระหว่างวันที่ 1-4 เมษายน 2569 พบว่าสามารถจับกุ้งก้ามกราม ได้ต่อเนื่อง ตั้งแต่บริเวณบ้านห้วยทราย ไปจนถึงฝายหนองหวาย ครอบคลุมระยะทางประมาณ 18 กิโลเมตร มีชาวประมงราว 20 ราย  โดยบางรายสามารถจับกุ้งได้สูงสุดถึง 30 กิโลกรัมต่อคืน สร้างรายได้มากกว่า 20,000 บาท  ขณะที่ภาพรวมมีผลจับรวมกว่า 150 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจถึง 100,000 บาท 

นอกจากนี้ กรมประมงยังได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาองค์ความรู้และการสร้างอาชีพให้กับชุมชนรอบเขื่อนอุบลรัตน์  โดยได้ร่วมมือกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จัดสร้างโรงเพาะกุ้งก้ามกรามเพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการเพาะเลี้ยง และส่งเสริมอาชีพให้แก่ชุมชน เพื่อเพิ่มผลผลิตกุ้งก้ามกรามรองรับความต้องการใช้ประโยชน์ของชาวประมงและชุมชนโดยรอบเขื่อนที่มีกว่า 2,000 ครัวเรือน ควบคู่ไปกับการศึกษาวิจัยและพัฒนานวัตกรรมและการใช้เทคโนโลยีในการผลิต รวมถึงติดตามและประเมินผลการปล่อยกุ้งก้ามกรามในอ่างเก็บน้ำเขื่อนอุบลรัตน์เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด