“เดลีโฟกัส” ยังตามเกาะติดการบุกรุกพื้นที่ป่าและออกเอกสารสิทธิ น.ส.3ก.โดยมิชอบ บนเขาปากเตรียม อ.สุขสำราญ จ.ระนอง เนื้อที่กว่า 2 พันไร่ นายทุนใหญ่ไม่ยำเกรงกฎหมายระดมตัดไม้มีค่าบนเขาทำลายสภาพผืนป่า อีกทั้งยังใช้เล่ห์ “ระวางทิพย์” บีบชาวบ้านให้ออกจากพื้นที่ ล่าสุดนายราชัน มีน้อย ผวจ.ระนอง ออกมายืนยันคดีนี้ไม่มีมวยล้มต้มคนดูผิดถูกว่ากันไปตามกฎหมาย ขณะที่กรมป่าไม้ ระดมชุดใหญ่ ส่ง “หน่วยพยัคฆ์ไพร” ประสานหน่วยงานเกี่ยวข้อง ทั้ง ตร.ปทส.-ตร.ปปป.ลุยสางคดี ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 6 เม.ย. นายพรชัย สิทธิเกษร ทสจ.ระนอง เปิดเผยถึงการเตรียมการแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าเขาปากเตรียม ของคณะทำงานแก้ไขปัญหาการบุกรุกตัดไม้ทำลายป่าเขาปากเตรียม หมู่ 2 ต.กำพวน อ.สุขสำราญ จ.ระนอง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่มี นายพัฒน์พงษ์ สมิตติพัฒน์ รองอธิบดีกรมป่าไม้ เป็นหัวหน้าคณะลงพื้นที่ ระหว่างวันที่ 6-7 เม.ย.นี้ ในส่วนของพื้นที่ได้มีการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดเตรียมเอกสารเสนอต่อคณะทำงานที่จะประชุมร่วมกัน โดยมี ผวจ.ระนอง เข้าร่วมหารือด้วย หลังเสร็จสิ้นการหารือคณะทำงานทั้งหมดจะลงพื้นที่จริงเพื่อร่วมกันตรวจอายัดไม้ซุง และไม้ท่อน บนเขาปากเตรียม
แกะรอยที่มา ‘น.ส.3 ก.’ บนเขาปากเตรียม เร่งทำเสร็จใน 35 วันแล้วรีบขายเปลี่ยนมือ

ทสจ. ระนอง กล่าวด้วยว่า ได้ออกประชาสัมพันธ์และแจ้งถึงผู้ที่ถือครองที่ดินตามเอกสาร น.ส.3 ก. ทุกรายในพื้นที่ หมู่ 2 ต.กำพวน หรือบริเวณพื้นที่ภูเขาป่าปากเตรียม ให้เข้าแสดงตนกับเจ้าหน้าที่เพื่อทำการชี้แปลงทำการวัด นำค่าพิกัดส่งมอบต่อสำนักงานพัฒนาที่ดินในการตรวจสอบพิกัดแปลง นำส่งคณะทำงานดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ ได้กำหนดภารกิจสำคัญ 3 ด้าน คือ 1.พิสูจน์ที่ดิน โดยใช้พิกัดจากสำนักงานที่ดิน ให้ชี้ชัดว่า น.ส.3 ก. หรือเอกสารที่กล่าวอ้าง เป็นการออกเอกสารที่ถูกต้อง หรือเป็นการทับที่ป่า หรือไม่ 2.ดำเนินการตรวจสอบไม้ท่อน ไม้ซุง รวมถึงไม้ทุกประเภทที่ตรวจยึดไว้ ให้ได้มาซึ่งที่มา รวมทั้งตรวจสอบตอไม้ที่ปรากฏทั้งหมด เพื่อคำนวณจำนวนไม้ที่ถูกตัดออกจากป่า และสืบสวนไม้ทั้งหมดจากป่าปากเตรียมถูกนำไปแปรรูปและนำออกจำหน่ายที่ไหน และ 3.ต้องสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิด และที่อยู่เบื้องหลังการบุกรุกพื้นที่ป่าที่เบื้องต้นเชื่อว่าเป็นการกระทำให้ป่าสิ้นสภาพ ก่อนจะนำที่ดินบริเวณดังกล่าวไปพัฒนาเนื่องจากเป็นพื้นที่ใกล้เคียงกับโครงการก่อสร้างแลนด์บริดจ์

อย่างไรก็ตามทีมข่าวเฉพาะกิจส่วนกลาง รายงานข่าวว่า ภายหลังจากที่คณะทำงานแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐทำลายทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่กองทัพภาค 4 ซึ่งปัจจุบันถูกยุบไปแล้ว ได้เข้าดำเนินการตรวจสอบหลังพบการบุกรุกตัดไม้บนป่าปากเตรียม เมื่อปี 2565 และได้ส่งมอบหลักฐานการตรวจสอบทั้งหมดให้ ผวจ.ระนอง (ในขณะนั้น) เสนอแนะดำเนินการ 3 ข้อ คือ เสนอเพิกถอนที่ดินตามมาตรา 61 เนื่องจากเอกสารที่ได้มาโดยมิชอบ, ให้ผู้เกี่ยวข้องแจ้งขอคุ้มครองชั่วคราว ห้ามมิให้บุคคลอื่นใดเข้าไปทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าจนกว่าการแก้ปัญหาจะแล้วเสร็จ และให้ดำเนินการกับผู้ที่ลักลอบเข้าไปตัดไม้
หลังจากเจ้าหน้าที่ปล่อยให้เรื่องเงียบหายไปยังไม่เร่งดำเนินการตามข้อเสนอแนะส่งผลทำให้ “กลุ่มนายทุน” จึงได้ส่งลูกน้องเริ่มเข้าไปตัดไม้อีกครั้ง เมื่อปี 2567 ต่อเนื่องยาวมาจนถึงปี 69 เหมือนเป็นการเร่งระดมทำลายสภาพผืนป่าให้แปลงสภาพไปจากเดิม เลือกตัดไม้ใหญ่มีค่าชักลากลงจากภูเขากระจายส่งไปยังโรงเลื่อยทั้งในพื้นที่ จ.ระนอง และอีก 3 จังหวัดใกล้เคียงประกอบด้วย พังงา ชุมพร และสุราษฎร์ธานี โดยตัดไม้เป็นท่อนขนขึ้นรถบรรทุกใช้ผ้าใบปิดคลุม ใช้ถนนทางหลวงหมายเลข 4 ถึงจะมีด่านความมั่นคงแต่ก็สามารถส่งเข้าไปแปรรูปที่โรงเลื่อยใหญ่แล้วค่อยลำเลียงไม้แปรรูปกระจายส่งต่อไปขายในพื้นที่ภาคกลางทันทีเพื่อระบายไม้แปรรูปที่ตัดจากในป่าเขาปากเตรียมให้หมดเร็วที่สุด.



