เมื่อวันที่ 6 เม.ย. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยัง กลุ่มวิสาหกิจชุมชน ล่องแพห้วยตาดข่า หมู่ที่ 9 บ้านหนองแสง ต.หนองอ้อ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนในช่วงฤดูร้อนของชาว จ.อุดรธานี และจังหวัดใกล้เคียง อยู่กลางหุบเขาเทือกเขาภูพานน้อย เขตรอยต่อกับ จ.หนองบัวลำภู โดยพบว่า บรรยากาศเงียบเหงา มีนักท่องเที่ยวมาล่องแพพักผ่อนในช่วงวันหยุดเพียง 1 ลำ ทำให้พนักงานจัดคิวแพ แม่ครัว และทีมรักษาความปลอดภัย กู้ภัยฯ ต่างพากันนั่งมองหน้ากันแบบเซ็ง ๆ ไม่เหมือนปีที่ผ่านมา ไก่ย่าง ปลาเผา ที่ทำไว้ตอนช่วงสาย ก็ไม่มีคนซื้อกิน ต้องเอามาวางไว้บนเตาถ่านกลางแจ้ง เพื่อรับความร้อนจากแสงดวงอาทิตย์ที่ร้อนระอุทะลุ 40 องศาเซลเซียส

ปกติหากเป็นช่วงวันหยุด หรือช่วงปิดภาคเรียน นักท่องเที่ยงทั้งไกลและใกล้จำนวนมาก จะพาบุตรหลานมาล่องแพ เล่นน้ำคลายร้อนที่ ห้วยตาดข่าแห่งนี้กันอย่างคึกคักสนุกสนาน สาเหตุหลักจากสถานการณ์สงครามตะวันออกกลาง ทำให้ราคาน้ำมันทุกชนิดในประเทศไทยพุ่ง ดีเซล ทะลุ 50 บาท/ลิตร ไปแล้ว จนทำให้นักท่องเที่ยวส่วนมากที่ใช้รถปิกอัพ ไม่กล้าที่จะขับรถออกจากบ้านพาลูกพาหลาน และญาติพี่น้องไปเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ ในช่วงวันหยุด เหมือนเคย ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจของแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติทั่วประเทศ

โดยมีทาง อบต.หนองอ้อ เป็นหน่วยงานที่มาดูแลสถานที่ท่องเที่ยว “ล่องแพห้วยตาดข่า” แห่งนี้ และมีแพให้บริการนักท่องเที่ยว 10 ลำ นั่งได้ลำละ 10 คน ในราคาชั่วโมงละ 200 บาท 3 ชั่วโมง 500 บาท มีเสื้อชูชีพให้สวมฟรี 4 คน หากเกิน 4 คน จะคิดค่าเสื้อชูชีพราคา 20 บาท/คน ส่วนอาหารและเครื่องดื่ม นักท่องเที่ยวสามารถเตรียมมาจากบ้านได้พอประมาณ เนื่องจากที่ล่องแพห้วยตาดข่า มีเครื่องดื่มและครัวทำอาหารไว้คอยบริการนักท่องเที่ยวด้วย

ด้าน น.ส.สิรามล จันทรวิชะ หรือ เบียร์ อายุ 24 ปี พนักงานจัดคิวแพ เปิดเผยว่า หลังจากราคาน้ำมันพุ่งไม่หยุด ทำให้นักท่องเที่ยวลดลง 60-70% ไม่เหมือนปีที่ผ่านมา ช่วงวันหยุดจะมีคนโทรฯ จองคิวแพ และมารอขึ้นแพเล่นน้ำพักผ่อนในอ่างเก็บน้ำห้วยตาดข่ากันอย่างคึกคัก แต่ปีนี้เงียบเหงา ราวกับป่าช้าเลยก็ว่าได้ วันนี้เพิ่งมีมาเที่ยวเพียง 1 กลุ่ม หรือ 1 แพ เมื่อวานมีมา 3 แพ หากเป็นอย่างนี้ต่อไป นักท่องเที่ยวก็คงหดหายลงไปเรื่อยๆ ทำให้ผู้ประกอบการตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ทั้งของรัฐและเอกชน ก็คงทยอยกอดคอกันตายไปตามกัน สาเหตุหลักตนคิดว่าราคาน้ำมันที่แพงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่เคยเห็นและเป็นแบบนี้มาก่อน หรือตั้งแต่ตนเกิดมา ก็เพิ่งเคยเห็นในปีนี้ บอกให้ประชาชนแก้ปัญหาอยู่อย่างพอเพียง เลี้ยงไก่ไข่ ปลูกผักไว้กิน

ยิ่งเป็นช่วงเทศกาลวันสงกรานต์ หรือวันขึ้นปีใหม่ไทย ที่คนไทยจะต้องเดินทางกลับบ้าน เพื่อมารดน้ำดำหัวพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย และร่วมฉลองวันสงกรานต์กับญาติพี่น้องที่บ้านเกิด ก็คงจะบางตาลงอย่างแน่นอน หากราคาน้ำมันยังไม่ลด และพุ่งขึ้นไปแบบนี้ ราคาสินค้าอย่างอื่นก็คงจะขึ้นตามมาอย่างแน่นอน ค่าไฟฟ้าก็จะแพงขึ้น หรือค่าครองชีพจะสูงขึ้น เพราะน้ำมันเป็นตัวชี้วัดราคาสินค้าทุกชนิดในการขนส่ง อยากให้ท่านนายกฯ หนู ช่วยแก้ไขลดราคาน้ำมันลงในช่วงเทศกาลวันสงกราต์สัก 10 บาท/ลิตร พอให้ประชาชนพอมีเงินเติมน้ำมันกลับบ้าน มาหาพี่น้องที่บ้านตามประเพณี และช่วยหาวิธีลดราคาน้ำมันอย่างสอดคล้องกับค่าครองชีพของประชาชนคนไทย หากแก้ไม่ได้ก็ให้คนอื่นเป็นนายกฯ แทน แบบไม่ต้องยุบสภา เพราะเลือกตั้งใหม่มันเปลืองเงินภาษีประชาชน

ไม่ใช่ว่าน้ำมันแพงพุ่ง ท่านจะแนะนำให้ชาวบ้านซื้อรถไฟฟ้ามาใช้กัน ประชาชนแบบตน หรือประชชนส่วนใหญ่ในประเทศ คงไม่มีปัญญาซื้อแน่นอน เพราะตนมาทำงานได้ค่าแรงวันละ 350 บาท ถ้าค่าแรงขึ้นแบบน้ำมันก็คงจะดี จักรยานปั่นก็ยังไม่มีปัญญาซื้อมาขี่ แล้วจะหาเงินที่ไหนไปซื้อส่งงวดรถไฟฟ้ามาใช้งาน ท่านมีอำนาจอยู่แล้ว เพราะเป็นนายกรัฐมนตรี ที่คนไทยส่วนมากเลือกท่านมา รวมทั้งตนก็เลือกทั้งคนทั้งพรรคของท่านด้วย หากเป็นอย่างนี้ เลือกตั้งสมัยหน้าก็คงไม่เอาแล้ว ถ้าหากแก้ปัญหาราคาน้ำมันได้ ชาวบ้านทั่วประเทศก็คงจะเลือกท่านเป็นนายกฯ อีกสมัย รวมทั้งตนก็จะเลือกท่านอีกด้วย

ท่านเป็นนายกฯ ที่น้ำมันแพงที่สุดเท่าที่เห็น หากท่านแก้ไขราคาน้ำมันไม่ได้ แล้วจะให้ใครที่ไหนมาแก้ไขให้ เพราะตอนนี้ประชาชนมีแต่คน รวย รวย รวยหนี้ไม่ไหวแล้ว แต่ที่รวยขึ้นจนไม่ไหวแล้วนั้น กลับเป็นพวกนายทุนต่างหาก ส่วนประชาชนตายกันหมดทั้งประเทศ เพราะท่านมัวแต่เกรงใจเขา (นายทุน) ที่เอาแต่ผลกำไร ไม่คิดถึงคนส่วนใหญ่ในประเทศ ตอนนี้ตนคิดถึงลุงตู่มาก (พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา) เพราะท่านเป็นนายกรัฐมนตรี ที่เด็ดขาด พูดจริงทำจริง และแก้ปัญหาความเดือดร้อนทุกข์ใจของประชาชนที่ต้องมาก่อนสิ่งอื่นใด.