สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากเมืองฮิวสตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 7 เม.ย. ว่า ศูนย์ควบคุมภารกิจขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐ (นาซา) ในเมืองฮิวสตัน ติดต่อกับลูกเรือได้อีกครั้ง หลังยานขาดการติดต่อชั่วคราวประมาณ 40 นาที ขณะที่แคปซูลโอไรออนบินผ่านด้านหลังของดวงจันทร์ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ถูกบดบังสัญญาณจากโลก
ในขณะนี้ ภารกิจอาร์ทิมิส-2 ได้ทำลายสถิติระยะทางของภารกิจอะพอลโล-13 เมื่อปี 2513 กว่า 4,105 ไมล์ หรือราว 6,606 กิโลเมตร ในภารกิจที่เดินทางไกลถึง 252,760 ไมล์ หรือราว 406,778 กิโลเมตร
New record????
— NASA Earth (@NASAEarth) April 6, 2026
The Artemis II astronauts are now farther from Earth than humans have ever been! At 1:57 p.m. EDT, they broke the record set by Apollo 13 in 1970.
Their journey around the far side of the Moon today will take them a maximum distance of 252,752 miles from Earth. pic.twitter.com/P5Swojpn0n
ช่วงเวลาการสังเกตการณ์การบินผ่านดวงจันทร์ ดำเนินต่อไปจนถึงประมาณ 21.20 น. หรือ 08.20 น. ของวันที่ 7 เม.ย. ตามเวลาประเทศไทย ก่อนที่นักบินอวกาศจะได้เห็นปรากฏการณ์สุริยุปราคาจากดวงจันทร์
Artemis II is now entering a solar eclipse that will last for about an hour as Orion, the Moon and the Sun align. During this phase, the crew will see the Sun disappear behind a mostly darkened Moon. pic.twitter.com/VHdY5oa7aE
— NASA Artemis (@NASAArtemis) April 7, 2026
ภารกิจการสังเกตและบันทึกพื้นผิวดวงจันทร์ ที่ใช้เวลานานกว่า 6 ชั่วโมง ทำให้โลกได้เห็นมุมมองเกี่ยวกับลักษณะต่าง ๆ ของดวงจันทร์ ซึ่งส่วนใหญ่ได้เห็นจากภาพที่ถ่ายโดยหุ่นยนต์
นายวิคเตอร์ โกลเวอร์ หนึ่งในนักบินอวกาศ ได้อธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับ “เส้นแบ่งกลางวันกลางคืน” ของดวงจันทร์ โดยเขาอธิบายว่า มันยอดเยี่ยมมาก และแสงของมันดูสมจริงที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา
ด้าน น.ส.คริสตินา คอช นักบินอวกาศอีกคน ได้นำเสนอภาพหลุมอุกกาบาตบนดวงจันทร์ ที่มีสีสันสวยงาม โดยเธออธิบายว่า หลุมของมันเหมือนกับโคมไฟที่มีรูเล็ก ๆ และมีแสงส่องผ่าน ซึ่งสว่างไสวมากเมื่อเทียบกับส่วนอื่น ๆ ของดวงจันทร์
Make new friends, but keep the old.
— NASA (@NASA) April 6, 2026
A new photo captures the Moon's near side on the right (the side we see from Earth, identifiable by its dark splotches) and its far side on the left. The Artemis II crew are the first to see the far side with human eyes. pic.twitter.com/Z8QaZ6J9iA
แคปซูลโอไรออนกำลังโคจรรอบดวงจันทร์ ก่อนที่จะวกกลับ และมุ่งหน้ากลับสู่โลก โดยพึ่งพา “วิถีการบินด้วยวงโคจรกลับโดยอิสระ” ขณะที่การเดินทางกลับจะใช้เวลาประมาณ 4 วัน
ในวันจันทร์ (6 เม.ย.) ลูกเรือของภารกิจอาร์ทิมิส-2 ได้เสนอให้ตั้งชื่อหลุมอุกกาบาต 2 แห่ง ว่า “Integrity” หรือ “ความซื่อสัตย์” เพื่อเป็นเกียรติแก่ชื่อเล่นของยานอวกาศ และ “Carroll” ซึ่งเป็นชื่อของภรรยาผู้ล่วงลับของนายรีด ไวส์แมน หนึ่งในนักบินอวกาศ และผู้บัญชาการของภารกิจ
In an emotional moment broadcast live from the Orion spacecraft, the Artemis II crew chose to name a Moon crater “Carroll" after commander Reid Wiseman's wife, who died of cancer in 2020.
— CBS News (@CBSNews) April 6, 2026
“It's a bright spot on the Moon. And we would like to call it Carroll." pic.twitter.com/3p220FdaV7
ทั้งนี้ นาซาระบุ พวกเขาจะเสนอชื่อเหล่านี้ไปยังสหพันธ์ดาราศาสตร์สากล ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบในการตั้งชื่อวัตถุบนท้องฟ้า และลักษณะพื้นผิวต่าง ๆ.
เครดิตภาพ : AFP



