สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากเมืองฮิวสตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 7 เม.ย. ว่า ศูนย์ควบคุมภารกิจขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐ (นาซา) ในเมืองฮิวสตัน ติดต่อกับลูกเรือได้อีกครั้ง หลังยานขาดการติดต่อชั่วคราวประมาณ 40 นาที ขณะที่แคปซูลโอไรออนบินผ่านด้านหลังของดวงจันทร์ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ถูกบดบังสัญญาณจากโลก

ในขณะนี้ ภารกิจอาร์ทิมิส-2 ได้ทำลายสถิติระยะทางของภารกิจอะพอลโล-13 เมื่อปี 2513 กว่า 4,105 ไมล์ หรือราว 6,606 กิโลเมตร ในภารกิจที่เดินทางไกลถึง 252,760 ไมล์ หรือราว 406,778 กิโลเมตร

ช่วงเวลาการสังเกตการณ์การบินผ่านดวงจันทร์ ดำเนินต่อไปจนถึงประมาณ 21.20 น. หรือ 08.20 น. ของวันที่ 7 เม.ย. ตามเวลาประเทศไทย ก่อนที่นักบินอวกาศจะได้เห็นปรากฏการณ์สุริยุปราคาจากดวงจันทร์

ภารกิจการสังเกตและบันทึกพื้นผิวดวงจันทร์ ที่ใช้เวลานานกว่า 6 ชั่วโมง ทำให้โลกได้เห็นมุมมองเกี่ยวกับลักษณะต่าง ๆ ของดวงจันทร์ ซึ่งส่วนใหญ่ได้เห็นจากภาพที่ถ่ายโดยหุ่นยนต์

นายวิคเตอร์ โกลเวอร์ หนึ่งในนักบินอวกาศ ได้อธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับ “เส้นแบ่งกลางวันกลางคืน” ของดวงจันทร์ โดยเขาอธิบายว่า มันยอดเยี่ยมมาก และแสงของมันดูสมจริงที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา

ด้าน น.ส.คริสตินา คอช นักบินอวกาศอีกคน ได้นำเสนอภาพหลุมอุกกาบาตบนดวงจันทร์ ที่มีสีสันสวยงาม โดยเธออธิบายว่า หลุมของมันเหมือนกับโคมไฟที่มีรูเล็ก ๆ และมีแสงส่องผ่าน ซึ่งสว่างไสวมากเมื่อเทียบกับส่วนอื่น ๆ ของดวงจันทร์

แคปซูลโอไรออนกำลังโคจรรอบดวงจันทร์ ก่อนที่จะวกกลับ และมุ่งหน้ากลับสู่โลก โดยพึ่งพา “วิถีการบินด้วยวงโคจรกลับโดยอิสระ” ขณะที่การเดินทางกลับจะใช้เวลาประมาณ 4 วัน

ในวันจันทร์ (6 เม.ย.) ลูกเรือของภารกิจอาร์ทิมิส-2 ได้เสนอให้ตั้งชื่อหลุมอุกกาบาต 2 แห่ง ว่า “Integrity” หรือ “ความซื่อสัตย์” เพื่อเป็นเกียรติแก่ชื่อเล่นของยานอวกาศ และ “Carroll” ซึ่งเป็นชื่อของภรรยาผู้ล่วงลับของนายรีด ไวส์แมน หนึ่งในนักบินอวกาศ และผู้บัญชาการของภารกิจ

ทั้งนี้ นาซาระบุ พวกเขาจะเสนอชื่อเหล่านี้ไปยังสหพันธ์ดาราศาสตร์สากล ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบในการตั้งชื่อวัตถุบนท้องฟ้า และลักษณะพื้นผิวต่าง ๆ.

เครดิตภาพ : AFP