นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ  รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ต่อจากนี้ มีประเด็นสำคัญที่จะต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน ดังนี้ เรื่องที่ 1 มาตรการเพื่อรับมือสถานการณ์ตะวันออกกลาง   ปุ๋ย  ปรับสัดส่วนการใช้ปุ๋ยเคมี : ชีวภาพ เป็น 70 : 30  ส่งเสริมการใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินและความต้องการของพืช  เร่งเจรจานำเข้าปุ ๋ยจากจีน มาเลเซีย และรัสเซีย ในรูปแบบข้อตกลงพิเศษ หรือ  Barter Trade เพื่อลดปัญหาปุ๋ยขาดแคลน  เร่งสำรองปุ๋ยเคมีและยากำจัดศัตรูพืชล่วงหน้า 3 – 6 เดือน  เร่งรัดโครงการวิจัยปุ๋ยชีวภาพและปุ๋ยอินทรีย์ทดแทน เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้า

พลังงาน  คูปองน้ำมันเฉพาะรถขนส่งสินค้าเกษตร  มาตรการสินเชื่อ เพื่อติดตั้ง Solar Cell สำหรับเครื่องจักรกลทางการเกษตร เช่น ปั๊มน้ำ  ส่งเสริมเกษตรแม่นยำ (Precision Agriculture) เพื่อลดต้นทุนพลังงาน

แรงงาน  เร่งรัดการต่ออายุ/ออกบัตรชมพูแรงงานเก็บเกี่ยวภาคเกษตร แบบ Fast – Track 

บริหารจัดการ  ใช้กลไก “ทูตเกษตร” หาตลาดกระจายสินค้าทดแทน เช่น อินเดีย จีน แอฟริกา  และลาตินอเมริกา  ใช้กลไกสหกรณ์ต่าง ๆ และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร ทำหน้าที่เป็นอีกช่องทางสำคัญ ในการรวบรวม คัดเกรด แปรรูป จัดจำหน่าย เพื่อขยายตลาดและเปิดตลาดไปยังต่างประเทศ 

เรื่องที่ 2 บริหารจัดการสินค้าเกษตรเพื่อการส่งออกและการบริโภคภายในประเทศ  เร่งแก้ไขจุดคอขวดในการกระจายผลไม้ อาทิ ทุเรียน มังคุด ลำไย โดยการเปิด Fast  Lane ลดขั้นตอนเอกสารและระยะเวลาการส่งออกให้รวดเร็วที่สุด พร้อมทั้งพัฒนาระบบตรวจสอบ ย้อนกลับ (Digital Traceability) เพื่อสร้างความเชื่อมมั่นให้กับผู้บริโภคว่า ผลไม้ไทยมีความปลอดภัย ปลอดสารปนเปื้อนและสารพิษที่เป็นอันตราย

การยกระดับสหกรณ์การเกษตรไปสู่การเป็นสหกรณ์ที่่ทำหน้าที่่รวบรวม/คัดตัดแต่ง/การเก็บรักษาผลไม้ให้พร้อมกับการส่งออก ส่งเสริมให้ส่วนราชการและโรงเรียน จัดซื้อผลิตภัณฑ์เกษตรโดยตรงจากเกษตรกรและสหกรณ์

เรื่องที่ 3 บริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตรและประชาชน  พัฒนาระบบการจัดการน้ำสมัยใหม่ เพื่่อการติดตามและรายงานสถานการณ์น้ำ อย่างรวดเร็วและทันต่อสถานการณ์ รวมทั้งเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับสถานการณ์ที่มีแนวโน้ม เข้าสู่ปรากฏการณ์เอลนีโญตั้งแต่ช่วงกลางปี 2569 นี้  เร่งรัดการก่อสร้างโครงการชลประทานขนาดใหญ่ เช่น โครงการคลองระบายน้ำหลากบางบาล – บางไทร (เจ้าพระยา 2) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำในอนาคต

เรื่องที่ 4 บริหารจัดการดินและที่ดิน  มอบสิทธิทำกินในที่ดินเกษตรกรรมให้เกษตรกร 39,000 ราย  ปรับปรุง ฟื้นฟู และป้องกันการพังทลายของดิน 575,000 ไร่  พื้นที่เกษตรปลอดการเผา (Zero Burn) ไม่น้อยกว่า 13,000 ไร่  ปรับปรุงฟื้นฟูคุณภาพของดินตามข้อมูล Agri – Map

เรื่องที่ 5 สร้าง Smart Farmer รุ่นใหม่  พัฒนาและส่งเสริมอาชีพเกษตรกรไม่น้อยกว่า 86,000 ราย   พัฒนาแพลตฟอร์มเรียนรู้ Agri-Tech ที่ใช้งานได้ง่ายและนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง

เรื่องที่ 6 แก้ปัญหา PM 2.5  ส่งเสริมการแปรรูปวัสดุเกษตรเหลือใช้เป็นพลังงาน Biomass/Biogas ลดต้นทุนพลังงาน เพิ่มรายได้เสริม และแก้ปัญหา PM 2.5  ส่งเสริมการใช้ Carbon Credit เสริมรายได้เกษตรกร จูงใจลดการใช้น้ำ ลดปุ๋ย และลดต้นทุนการผลิต  พัฒนาศักยภาพของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เพื่อแก้ปัญหา PM 2.5

ทั้งนี้เพื่อให้เป้าหมายทั้งหมดเกิดขึ้นจริง จะจัดตั้ง War Room ใน 6 เรื่องเร่งด่วน  เพื่อติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด และแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ โดยทุกหน่วยงานจะต้องรายงานผลอย่างต่อเนื่อง และที่สำคัญต้องเห็นผลที่เป็นรูปธรรม โดยเร็วที่สุด