งานวิจัยจากสวีเดน ที่ติดตามกลุ่มตัวอย่างกว่า 6 แสนคน พบข้อมูลน่าตกใจ หากปล่อยให้น้ำหนักเกินจนเข้าเกณฑ์ “โรคอ้วน” ช่วงอายุ 17-29 ปี มีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตก่อนวัยอันควรพุ่งสูงกว่าคนทั่วไปถึง 70% ชี้การเป็นโรคอ้วนตั้งแต่อายุน้อย ส่งผลกระทบสะสมต่อร่างกายยาวนานกว่าที่คิด

วารสารวิชาการระดับนานาชาติ eClinicalMedicine เผยแพร่ผลงานวิจัยจาก มหาวิทยาลัยลุนด์ ประเทศสวีเดน ซึ่งทำการศึกษาขนาดใหญ่ ติดตามกลุ่มตัวอย่างชายและหญิงรวมกว่า 600,000 คน ตั้งแต่ปี 1963 ถึง 2015 (เฉลี่ยติดตามผลนานกว่า 20 ปี) เพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างการเพิ่มขึ้นของน้ำหนักกับอัตราการเสียชีวิต

ศาสตราจารย์ Tanja Stocks หัวหน้าทีมวิจัย ระบุว่าผลลัพธ์มีความสอดคล้องกันอย่างชัดเจนคือ “ยิ่งน้ำหนักพุ่งสูงตั้งแต่อายุน้อย ความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตยิ่งเพิ่มขึ้น” โดยเฉพาะกลุ่มที่เริ่มมีดัชนีมวลกาย (BMI) แตะระดับ 30 ขึ้นไป (มาตรฐานสากลของโรคอ้วน) ในช่วงวัยรุ่นตอนปลายจนถึงวัยยี่สิบต้นๆ

ผลการวิเคราะห์พบว่า ผู้ที่ก้าวเข้าสู่ภาวะโรคอ้วนในช่วงอายุ 17-29 ปี มีอัตราความเสี่ยงเสียชีวิตก่อนวัยอันควรเพิ่มขึ้นถึง 70% เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่เป็นโรคอ้วนก่อนอายุ 60 ปี สาเหตุสำคัญมาจาก

ระยะเวลาการสะสม – ผู้ที่อ้วนตั้งแต่อายุน้อย ร่างกายจะอยู่ในสภาวะอักเสบเรื้อรังและเผชิญกับโรคแทรกซ้อน (เช่น เบาหวาน ความดัน หัวใจ) เป็นระยะเวลานานกว่าคนที่เพิ่งมาอ้วนตอนอายุมาก

แนวโน้มการเพิ่มขึ้น – โดยเฉลี่ยวัยผู้ใหญ่จะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นราว 0.4 กิโลกรัมต่อปี แต่หากเริ่มด้วยฐานน้ำหนักที่สูงอยู่แล้ว การควบคุมจะทำได้ยากขึ้นในสังคมปัจจุบันที่เอื้อต่อโรคอ้วน

แม้เกณฑ์การวัดของแต่ละประเทศอาจต่างกัน แต่ประเด็นสำคัญที่งานวิจัยย้ำเตือนคือ “จังหวะเวลาที่น้ำหนักเริ่มขึ้น” มีความสำคัญมากกว่าอายุที่น้ำหนักขึ้นเพียงอย่างเดียว

ในยุคที่เราหาของอร่อยกินง่ายกว่าการหาเวลาออกกำลังกาย การที่น้ำหนักขึ้น 0.4 กิโลกรัมต่อปีดูเหมือนน้อย แต่ถ้าสะสมไป 10 ปีมันคือ 4 กิโลกรัมที่เอาออกยากขึ้นเรื่อยๆ การเริ่มปรับพฤติกรรมตั้งแต่วันนี้ ไม่ใช่แค่เพื่อให้ใส่เสื้อผ้าสวย แต่เพื่อให้เราได้มีโอกาสอยู่ใช้ชีวิตยาวๆ ไปกับคนที่เรารัก

ที่มาและภาพ : insight korea, freepik