น.ส.ตวงรัตน์ โล่ห์สุนทร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง (อบจ.ลำปาง) เปิดเผยถึงการสนับสนุนแคมเปญเครื่องดื่มหวานน้อยร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง (สสจ.ลำปาง) ว่า อบจ.ลำปางเข้าไปสนับสนุนร้านเครื่องดื่มอ่อนหวาน โดยมีร้านกาแฟ VITAL คาเฟ่ที่สนับสนุนผู้สูงอายุอยู่แล้ว จึงได้ร่วมมือกับ สสจ. ออกเมนูเครื่องดื่มอเมริกาโน่ไม่ใส่น้ำตาล เพื่อส่งเสริมทางเลือกสุขภาพแก่ประชาชนในจังหวัด

ด้าน ทพญ.ลลนา ถาคำฟู รองนายแพทย์สาธารณสุข จ.ลำปาง เปิดเผยว่า ปัจจุบันร้านเครื่องดื่มส่วนใหญ่ปรับตัวตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่นิยมสั่งเมนู “หวานน้อย” มากขึ้น สอดคล้องกับแคมเปญ “หวานน้อยสั่งได้” ที่ได้รับความร่วมมืออย่างดี

อย่างไรก็ตาม สสจ.ลำปาง เล็งเห็นความสำคัญของการขยายผลไปยังกลุ่ม “กาแฟรถเข็น” ตามตลาดนัดและหน้าโรงเรียน ซึ่งผลการสำรวจพบว่ายังมีค่าความหวานจากน้ำตาลและนมข้นในระดับสูง เสี่ยงต่อการเกิดโรค NCDs โดยปัญหาไม่ได้อยู่ที่สถานที่ แต่อยู่ที่ “สูตรการชง” ทั้งนี้ สสจ. เตรียมมอบหมายให้ อสม. ลงพื้นที่รณรงค์ให้ผู้ค้าค่อยๆ ปรับลดส่วนผสมความหวานลง เพื่อสร้างทางเลือกสุขภาพให้แก่ชุมชนอย่างทั่วถึง

ทพญ.ปิยะดา ประเสริฐสม ผู้จัดการเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน กล่าวว่า เครือข่ายฯ ได้ริเริ่มโครงการร้านเครื่องดื่มอ่อนหวานและหวานน้อยสั่งได้มาตั้งแต่ปี 2555 เพื่อสร้างทางเลือกสุขภาพให้ผู้บริโภค โดยกิจกรรมครอบคลุมทั้งการรณรงค์ให้ความรู้ การสนับสนุนให้ร้านค้าปรับเมนูและวิธีบริการ และการสร้างเครือข่ายร้านเครื่องดื่มอ่อนหวาน จนทำให้การสั่งหวานน้อยกลายเป็นเรื่องปกติ และถูกผลักดันขึ้นสู่ระดับนโยบายของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

“เครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวานตั้งเป้าให้ร้านเครื่องดื่มอ่อนหวานผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด กระจายไปทั่วประเทศ รวมถึงร้านเดลิเวอรี่ด้วย”

ทพญ.ปิยะดา กล่าวเพิ่มเติมว่า จุดยืนของเครือข่ายฯ คือลดการบริโภคความหวานโดยรวม ไม่ใช่เพียงลดน้ำตาล แต่รวมถึงสารทดแทนความหวานด้วย เนื่องจากเป็นห่วงผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว โดยเฉพาะกับเด็ก เยาวชน และหญิงตั้งครรภ์ ขณะที่องค์การอนามัยโลกมีโครงการริเริ่ม “3 by 35” รณรงค์ให้ประเทศต่างๆ เพิ่มภาษีสินค้าอันตราย 3 ชนิด ได้แก่ ยาสูบ แอลกอฮอล์ และเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล อย่างน้อย 50% ภายในปี 2578 เพื่อลดการบริโภคและลดการเสียชีวิตจากโรค NCDs ซึ่งเครือข่ายฯ เตรียมขับเคลื่อนประเด็นนี้ต่อไปในอนาคตด้วยเช่นกัน