สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 24 พ.ค. ว่าเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติคานส์ ครั้งที่ 79 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-23 พ.ค. ที่ผ่านมา โดยรางวัลใหญ่ที่สุดของงานคือ “Palme d’Or” หรือรางวัลปาล์มทองคำ เป็นของภาพยนตร์เรื่อง “ฟยอร์ด” ( Fjord ) ผลงานของคริสเตียน มุนจิว ผู้กำกับชาวโรมาเนีย
ฟยอร์ด บอกเล่าเรื่องราวของ ครอบครัวเกออร์กิอู ซึ่งมีผู้เป็นพ่อเป็นชาวโรมาเนียและแม่เป็นชาวนอร์เวย์ ย้ายไปอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านอันห่างไกลในนอร์เวย์ซึ่งเป็นบ้านเกิดของฝ่ายมารดา และผูกมิตรกับครอบครัวฮัลเบิร์ก ที่เป็นเพื่อนบ้านกัน แต่เมื่อสามีภรรยาเกออร์กิอูถูกสงสัยว่า มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมต่อลูกของตัวเอง ชีวิตของทั้งครอบครัวจึงตกอยู่ในความโกลาหล และกลายเป็นศูนย์กลางของการจับตามองจากสังคม
'Fjord' by Romania's Cristian Mungiu wins Cannes' top prize https://t.co/PE0uu1bYCi https://t.co/PE0uu1bYCi
— Reuters (@Reuters) May 24, 2026
การได้รับรางวัลครั้งนี้นับเป็นการชนะปาล์มทองคำครั้งที่ 2 ของมุนจิว ต่อจากผลงาน “4 เดือน 3 สัปดาห์ และ 2 วัน” ( 4 Months, 3 Weeks and 2 Days ) เมื่อปี 2550 ซึ่งมุนจิวกล่าวว่า การสร้างสรรค์ผลงานของเขา คือการเรียกร้องให้ผู้คนมีความอดทนอดกลั้น การยอมรับความแตกต่าง และความเห็นอกเห็นใจกัน เพราะ “หากมีใครสักคนไม่ได้มีความคิดเห็นเหมือนกันกับคุณ ไม่ได้แปลว่าเขาถูกหรือคุณถูกเสมอไป”
ด้านรางวัลกรังด์ปรีซ์ “Grand Prix” หรือรองชนะเลิศ เป็นของภาพยนตร์เรื่อง “มิโนทอร์” ( Minotaur ) ผลงานของอันเดร ซเวียจินต์เซฟ ผู้กำกับชาวรัสเซีย เรื่องราวซึ่งมีฉากหลังเป็นเมืองเล็กในต่างจังหวัดของรัสเซีย เมื่อปี 2565 ติดตามชีวิตของผู้บริหารบริษัทคนหนึ่ง ซึ่งกำลังจะปลดพนักงานจำนวนมาก และในเวลาเดียวกันค้นพบว่า ภรรยาของตนกำลังมีความสัมพันธ์กับชายอื่น
ขณะที่รางวัลจูรี ไพรซ์ หรือขวัญใจกรรมการ เป็นของภาพยนตร์เรื่อง “เดอะ ดรีมด์ แอดเวนเจอร์” ( The Dreamed Adventure ) เรื่องราวของหญิงคนหนึ่งซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่ชายแดนระหว่างบัลแกเรีย กรีซ และตุรกี ที่ยอมนับข้อตกลงพิเศษบางอย่างเพื่อช่วยเหลือเพื่อนของเธอ อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจครั้งนั้นกลับนำพาเธอเข้าสู่สถานการณ์อันตราย
ทั้งนี้ เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติคานส์ ของฝรั่งเศส เป็นเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเก่าแก่อันดับสองของโลก รองจากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิส และเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเบอร์ลิน ของเยอรมนี อยู่ในอันดับ 3 โดยเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติทั้งสามรายการถือเป็น “บิ๊กทรี” ของเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติระดับโลก.
เครดิตภาพ : REUTERS



