เมื่อวันที่ 24 พ.ค. น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการดำเนินการ เดินหน้าปราบปรามแอปพลิเคชันสินเชื่อเงินกู้ผิดกฎหมาย และเว็บไซต์หรือ URL ที่มีการเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตราอย่างต่อเนื่อง

น.ส.พลอยทะเล กล่าวว่า ในระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา (ตั้งแต่ เดือนก.พ.68-20 พ.ค.69) ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ส่งรายชื่อของแอปฯ มาให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ส่งคำร้องขอปิดกั้นต่อศาล จำนวน 79 แอปพลิเคชัน ซึ่งกระทรวงดีอี และสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ได้ตรวจสอบพบ 57 แอปพลิเคชัน ไม่มีการจดทะเบียน โดยกระทรวงดีอีได้ส่งคำร้องให้ศาลมีคำสั่งระงับการทำให้แพร่หลายไปยัง Store และนำรายการที่เป็นสินเชื่อรายย่อยออกแล้ว  

นอกจากนี้  ยังได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกปิดกั้นเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มต่างๆ  เกี่ยวข้องกับการเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตรา ซึ่งปิดกั้นแล้วเป็นจำนวน 1,466 URLs ( ตั้งแต่ 1 ต.ค.68-17 พ.ค.69)

น.ส.พลอยทะเล กล่าวว่า ปัจจุบันพบว่าสแกมเมอร์ได้หลอกลวงประชาชนให้กู้เงินในหลากหลายรูปแบบ ซึ่งมักจะใช้คำเชิญชวนผ่านช่องทาง เว็บไซต์หรือโซเชียลมีเดีย โดยใช้ข้อความชวนเชื่อว่า “กู้ง่าย ได้เร็ว ดอกเบี้ยต่ำ ใช้เอกสารน้อย ไม่ต้องมีหลักประกัน ติดแบล็กลิสต์ก็กู้ได้” เมื่อหลงเชื่อแล้วอาจทำให้สูญเสียข้อมูลส่วนบุคคล เช่น เลขบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน หรือเลขบัญชีธนาคาร หรือสูญเสียทรัพย์สินโดยการหลอกให้โอนเงินค่าธรรมเนียม ค่ามัดจำ หรือเงินค้ำประกัน  

“รัฐบาล ขอย้ำเตือนประชาชนก่อนจะกู้เงินผ่านแอปต่างๆ จะต้องตรวจสอบชื่อแอปเงินกู้ที่มีการลงทะเบียนถูกต้องได้ที่ เว็บไซต์ของธนาคารแห่งประเทศไทย โดยเสิร์ช พิมพ์คำว่า “เช็กแอปเงินกู้” เพื่อดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องก่อนใช้บริการ หากประชาชนเกิดหลงเชื่อโอนเงินค่ามัดจำ หรือค่าธรรมเนียมต่างๆไปแล้ว สามารถแจ้งระงับบัญชีได้ทันทีที่ AOC 1441 ตลอด 24 ชม.” น.ส.พลอยทะเล กล่าว