สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 4 ส.ค. ว่า สมุดปกขาวประจำปีนี้ของกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่น มีการประเมินภัยคุกคามจากจีน รัสเซีย และเกาหลีเหนือ พร้อมเรียกร้องให้ญี่ปุ่นใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี สนับสนุนธุรกิจสตาร์ทอัพ และเพิ่มการใช้ชิ้นส่วนเชิงพาณิชย์ในการผลิตอาวุธ หลังญี่ปุ่นถูกจำกัดกิจกรรมทางทหารมานานหลายทศวรรษ จากข้อจำกัดหลังสงครามโลกครั้งที่สอง
กระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นระบุว่า การลงทุนด้านกลาโหมสามารถส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในวงกว้างและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ที่ให้ความสำคัญกับการใช้งบประมาณเชิงยุทธศาสตร์ของรัฐ เพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ
แนวคิดดังกล่าวยังสะท้อนผ่านหน้าปกสมุดปกขาวที่ออกแบบในสไตล์อนิเมะ เป็นภาพครอบครัวกำลังยิ้มอยู่ท่ามกลางเมืองแห่งอนาคต แทนภาพทหาร อาวุธ และเครื่องหมายทางทหารที่มักปรากฏในฉบับก่อน ๆ โดยกระทรวงกลาโหมระบุว่า ต้องการสื่อถึง “ภาพแห่งอนาคต”
ทั้งนี้ การเชื่อมโยงระหว่างการเสริมศักยภาพด้านกลาโหมกับความมั่งคั่งในอนาคต เกิดขึ้นขณะที่รัฐบาลทาคาอิจิกำลังจัดทำยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติฉบับใหม่ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญคาดว่าจะมีการเสนอเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมอีก โดยมุ่งยับยั้งจีนจากการเปิดฉากโจมตีไต้หวันที่อาจดึงญี่ปุ่นเข้าสู่สงครามยืดเยื้อ
China's growing military actions are Japan's top security challenge and "must be addressed through overall national strength and cooperation with allies and like-minded nations," Tokyo's annual defense report says. https://t.co/oGAMJyVwAn
— The Japan Times (@japantimes) August 4, 2026
เนื้อหาในสมุดปกขาวระบุด้วยว่า กิจกรรมทางทหารและการดำเนินการอื่น ๆ ของจีน เป็นเรื่องน่ากังวลอย่างยิ่งสำหรับญี่ปุ่นและประชาคมระหว่างประเทศ และถือเป็นความท้าทายทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดของญี่ปุ่น
รัฐบาลญี่ปุ่นได้จัดสรรงบประมาณจากหลายทาง ทั้งการขึ้นภาษี การปฏิรูปการใช้จ่าย และรายได้พิเศษ เพื่อรองรับการเสริมกำลังทางทหารครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง ส่งผลให้งบประมาณด้านกลาโหมเพิ่มขึ้นแตะระดับ 2% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี)
อย่างไรก็ตาม ทาคาอิจิยังไม่ได้ชี้แจงอย่างชัดเจนว่า จะจัดหาเงินทุนสำหรับการเพิ่มงบกลาโหมในอนาคตอย่างไร โดยไม่เพิ่มแรงกดดันต่อฐานะการคลังของญี่ปุ่นที่ตึงตัวอยู่แล้ว
ที่ผ่านมา งบประมาณกลาโหมส่วนใหญ่ของญี่ปุ่น ถูกนำไปใช้กับขีปนาวุธที่สามารถโจมตีเป้าหมายได้ไกลกว่า 1,000 กิโลเมตร ขณะที่การเพิ่มงบประมาณในอนาคตคาดว่า จะมุ่งไปที่โดรนและอาวุธไร้คนขับประเภทต่าง ๆ ซึ่งมีการนำมาใช้อย่างกว้างขวางในสงครามยูเครนกับรัสเซีย.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



