เมื่อวันที่ 11 ส.ค. พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ. พ.ต.อ.สุรพันธ์ มั่นคงดี รอง ผบก.ปพ. พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ. สั่งการให้ พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. เข้าทำการจับกุม นายณัฐวุฒิ (สงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญามีนบุรี ที่ จ.1145/2569 ในข้อหาหนัก ทั้งสนับสนุนให้ผู้อื่นฉ้อโกง, นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีเงินฝาก (บัญชีม้า) โดยสามารถจับกุมตัวได้บริเวณสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ขณะเดินทางมาจากภาคเหนือ
สืบเนื่องช่วงปลายปี 2568 แก๊งมิจฉาชีพกลุ่มนี้ได้โทรศัพท์หาผู้เสียหายซึ่งเป็นอดีตข้าราชการเกษียณอายุ สวมรอยเป็นพนักงานไปรษณีย์แจ้งเรื่องด่วนว่า ผู้เสียหายต้องติดต่อกรมการแพทย์ เพื่อดำเนินการเรื่อง “การคุ้มครองเงินฝากข้าราชการบำนาญ” ก่อนจะส่งต่อสายให้มิจฉาชีพรายที่สองที่อ้างตัวเป็น เจ้าหน้าที่กรมการแพทย์ นามว่า “น.ส.วาริณ” ซึ่งขู่ให้เหยื่อเกิดความตระหนกและแจ้งว่าจะส่งเรื่องต่อไปยังสถาบันคุ้มครองเงินฝาก
จากนั้นมิจฉาชีพรายที่สามที่อ้างชื่อ “นายณัฐพล” สวมรอยเป็นเจ้าหน้าที่จากสถาบันคุ้มครองเงินฝาก ได้โทรศัพท์เข้ามารับช่วงต่อทันที โดยใช้อุบายล่อลวงให้ผู้เสียหายโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารปลายทาง โดยอ้างว่าเป็นขั้นตอนจำเป็นในการ “ตรวจสอบระบบการคุ้มครองเงินฝากข้าราชการบำนาญ” เพื่อยืนยันความปลอดภัยของบัญชี ความแยบยลของการต่อสายเป็นทอดๆ และการอ้างอิงหน่วยงานรัฐถึง 3 แห่ง ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ ยอมโอนเงินไปหลายครั้งรวมเป็นเงินสูงถึง 950,000 บาท ก่อนจะเอะใจเดินทางไปสอบถามสถาบันคุ้มครองเงินฝากด้วยตนเอง จนพบว่าไม่มีโครงการหรือการดำเนินการดังกล่าวจริง และรู้ตัวว่าถูกหลอก จึงเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดี
พฤติการณ์มิจฉาชีพกลุ่มดังกล่าว เป็นการใช้มุกใหม่โดยใช้สูตรคือ “ปลอมเป็นเจ้าหน้าที่-สร้างความน่าเชื่อถือ-ทำให้เหยื่อกังวล-เร่งให้ตัดสินใจ-หลอกให้โอนเงิน” โดยอาศัยความกังวลของข้าราชการเกษียณเกี่ยวกับเงินก้อนสุดท้ายในชีวิตเป็นจุดอ่อนในการจูงใจ
กระทั่งตำรวจสืบทราบว่า นายณัฐวุฒิ ซึ่งเป็นเจ้าของบัญชีม้าที่รับโอนเงินหลบหนีไปซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือ และกำลังนั่งรถไฟเดินทางเข้าสู่กรุงเทพฯ จึงนำกำลังเข้าจับกุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สน.บางชัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.



