เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 11 ส.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่วัดป่าอดุลยาราม ชุมชนกังสดาล เขตเทศบาลนครขอนแก่น หลังเกิดเหตุเมื่อวันที่ 10 ส.ค. มีกลุ่มชายฉกรรจ์พร้อมหญิง 1 คน นำท่อมาตั้งปิดบริเวณประตูทางเข้า-ออกวัดทุกจุด พร้อมติดป้ายข้อความให้รื้อสิ่งปลูกสร้างภายในวัดและนำออกจากพื้นที่ภายใน 15 วัน โดยอ้างสิทธิในที่ดินดังกล่าว

พระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม อายุ 72 ปี เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวมีที่มาจากข้อพิพาทเกี่ยวกับที่ดินของวัดจำนวน 26 ไร่ ซึ่งนายเฮียง เป็นผู้ถวายที่ดินเพื่อใช้จัดตั้งวัด ต่อมาทายาทของนายเฮียงยื่นฟ้องขอที่ดินคืนเมื่อปี 2547

เจ้าอาวาสระบุว่า คดีดังกล่าวผ่านการพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยวัดเป็นฝ่ายชนะ ขณะที่ศาลฎีกาไม่รับคดี ทำให้ตามความเข้าใจของวัด คดีดังกล่าวถือเป็นที่สิ้นสุด โดยวัดมีเอกสารสำเนาโฉนดที่ดิน รวมถึงภาพถ่ายขณะนายเฮียงถวายโฉนดให้วัดในพิธีทอดผ้าป่า เมื่อวันที่ 4 ก.ย. 2533 ตลอดจนเอกสารประกอบอื่น ๆ

เอกสารดังกล่าวประกอบด้วย ประกาศกระทรวงศึกษาธิการเรื่องการตั้งวัดในพระพุทธศาสนา เล่มทะเบียนบ้านที่ระบุชื่อเจ้าอาวาส บ้านเลขที่และสถานที่ตั้งวัด หนังสืออนุญาตให้สร้างวัด และตราตั้งเจ้าอาวาส ซึ่งทางวัดเห็นว่าเป็นหลักฐานยืนยันถึงการใช้ประโยชน์ในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง

พระครูอดุลสารนิเทศ กล่าวว่า วัดยื่นขออนุญาตสร้างวัดเมื่อปี 2535 และได้รับประกาศตั้งวัดในปี 2541 ขณะที่นายเฮียง เจ้าของที่ดินซึ่งถวายที่ดินให้วัด เสียชีวิตในปี 2535 ก่อนที่วัดจะได้รับการจัดตั้งอย่างเป็นทางการ

เจ้าอาวาสเล่าถึงที่มาของที่ดินว่า เมื่อเข้ามาจำพรรษาได้พบโฉนดที่ดินซึ่งเจ้าของที่ดินถวายให้แก่หลวงพ่อเผย พระผู้ริเริ่มจัดตั้งพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่พักสงฆ์ ก่อนที่หลวงพ่อเผยจะมอบหมายให้นายเคน คนสนิท นำโฉนดไปดำเนินการขออนุญาตสร้างวัด แต่ระหว่างดำเนินการนายเคนได้เสียชีวิตลง

พระครูอดุลสารนิเทศ กล่าวอีกว่า วัดครอบครองและใช้ประโยชน์ในพื้นที่มาตั้งแต่ปี 2533 จนถึงปี 2544 โดยญาติของผู้ถวายที่ดินไม่เคยยื่นฟ้องหรือดำเนินการใด ๆ ก่อนที่ทายาทจะยื่นฟ้องต่อศาลในปี 2547

สำหรับข้อพิพาทที่เกิดขึ้นภายหลัง ฝ่ายผู้ร้องได้นำเรื่องไปฟ้องเป็นคดีแพ่ง โดยอ้างสิทธิในฐานะผู้จัดการมรดกและอ้างถึงโฉนดฉบับเดิม ขณะที่ทางวัดยืนยันว่า นายเฮียงได้ถวายโฉนดให้วัดแล้ว และยังลงนามยินยอมให้สร้างวัดต่อหน้านายอำเภอและฝ่ายที่ดินอำเภอเมืองขอนแก่น ซึ่งหากไม่มีหนังสือยินยอมดังกล่าวก็ไม่สามารถดำเนินการขออนุญาตสร้างวัดได้

พระครูอดุลสารนิเทศ กล่าวถึงเหตุการณ์เมื่อวันที่ 10 ส.ค.ว่า ฝ่ายทายาทอ้างว่าได้ดำเนินการออกโฉนดแล้ว จึงให้บุคคลเข้ามาปิดทางเข้า-ออกวัด เนื่องจากเห็นว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของทายาท พร้อมติดป้ายกำหนดให้รื้อสิ่งปลูกสร้างภายใน 15 วัน ภายหลังเกิดเหตุ ทางวัดจึงมอบหมายให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าแจ้งความและลงบันทึกประจำวันที่ สภ.เมืองขอนแก่นไว้แล้ว

ด้านนางณัฏฐนันท์ เลี้ยวสกุลนำชัย นักวิชาการศาสนาชำนาญการพิเศษ สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า จากข้อมูลทะเบียนของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ วัดป่าอดุลยารามเป็นวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุติกนิกาย ตั้งอยู่ในตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น

นางณัฏฐนันท์ ระบุว่า วัดป่าอดุลยารามได้รับอนุญาตให้จัดตั้งอย่างถูกต้อง มีทะเบียนและรหัสวัดที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โดยได้รับอนุญาตให้ตั้งวัดเมื่อวันที่ 27 เม.ย. 2541 ซึ่งขณะนั้นกระทรวงศึกษาธิการ โดยกรมการศาสนา เป็นหน่วยงานรับผิดชอบการจัดตั้งวัด

ดังนั้น สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่นจึงยืนยันได้ว่า วัดป่าอดุลยารามจัดตั้งขึ้นอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และมีฐานะเป็นนิติบุคคล ส่วนข้อพิพาทเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์และการครอบครองที่ดิน 26 ไร่ ยังคงต้องพิจารณาตามเอกสารหลักฐานและกระบวนการทางกฎหมายของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป