สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 11 ส.ค. ว่ารัฐบาลสวิตเซอร์แลนด์ปฏิเสธแนวคิดตีความสถานะความเป็นกลางของประเทศอย่างเคร่งครัด ซึ่งกลุ่มรณรงค์ต้องการผลักดันให้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ หากได้รับชัยชนะในการลงประชามติเดือนหน้า


แนวคิดดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางข้อถกเถียงว่า สวิตเซอร์แลนด์ซึ่งยึดมั่นในความเป็นกลางมาตั้งแต่สิ้นสุดสงครามนโปเลียน ได้ลดทอนจุดยืนดังกล่าว หลังรัฐบาลเข้าร่วมมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อรัสเซียจากกรณีรุกรานยูเครน และกระชับความร่วมมือกับองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ ( นาโต ) ในหลายด้าน รวมถึงการฝึกซ้อม


รัฐธรรมนูญสวิตเซอร์แลนด์ไม่ได้กำหนดนิยามความเป็นกลางไว้อย่างตายตัว แต่กลุ่มรณรงค์ต้องการให้แก้ไข โดยกำหนดให้สวิตเซอร์แลนด์เป็นกลางอย่างถาวรและมีศักยภาพในการป้องกันตนเอง รวมถึงห้ามเข้าร่วมพันธมิตรทางทหาร


นอกจากนี้ ฝ่ายที่เรียกร้องยังต้องการให้สวิตเซอร์แลนด์ไม่เข้าไปมีส่วนร่วมในความขัดแย้งระหว่างประเทศที่สาม หรือใช้มาตรการคว่ำบาตรประเทศคู่ขัดแย้ง เว้นแต่เป็นมาตรการที่สหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) กำหนด


ทั้งนี้ กลุ่มรณรงค์รวบรวมรายชื่อผู้สนับสนุนได้มากกว่า 100,000 รายชื่อ จนสามารถผลักดันให้มีการลงประชามติตามระบบประชาธิปไตยทางตรงของสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 27 ก.ย. นี้ และได้รับการสนับสนุนจากพรรคประชาชนสวิส ( เอสวีพี ) ซึ่งเป็นพรรคการเมืองฝ่ายขวา


นายอิกนาซิโอ คาสซิส รมว.กระทรวงการต่างประเทศสวิตเซอร์แลนด์ กล่าวว่า ไม่มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนแนวทางปัจจุบันไปสู่การตีความความเป็นกลางที่เข้มงวดมากขึ้น พร้อมยืนยันว่า สวิตเซอร์แลนด์ยังคงเป็นกลางและจะรักษาสถานะดังกล่าวต่อไป


คาสซิสยืนยันว่า ข้อเสนอของกลุ่มรณรงค์เป็นสิ่งที่สวิตเซอร์แลนด์ปฏิบัติอยู่แล้ว ทั้งการได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติว่าเป็นประเทศเป็นกลาง และการไม่เป็นสมาชิกพันธมิตรทางทหารหรือกลาโหมใด ๆ


อย่างไรก็ตาม เขาเตือนว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญตามข้อเสนอดังกล่าวจะจำกัดความสามารถของสวิตเซอร์แลนด์ในการรับมือด้านความมั่นคง เพราะจะอนุญาตให้ร่วมมือกับต่างประเทศได้ก็ต่อเมื่อถูกโจมตีหรือมีการเตรียมการโจมตีแล้วเท่านั้น ซึ่งอาจทำให้การรับมือวิกฤติล่าช้าเกินไป.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS