แต่การทำงานบางเรื่องพอออกมาก็ถูกวิจารณ์หนัก เช่น จีดีพีไตรมาส 2 ที่เพิ่งออกมาได้ 1.9 ก็โดนว่า โดนเหน็บแนมว่าเป็นเสือป่วยแห่งอาเซียน เพราะการเติบโตรั้งท้าย เห็นเพจชังรัฐบาลหลายเพจเชียร์เวียดนามใหญ่โต ที่จีดีพีพุ่งพรวด แล้วเอามาเปรียบรัฐบาลไทยในเชิงไหน..ไปคิดเอง

เรื่องที่รัฐบาลไม่รู้จะชี้แจงอย่างไร เพราะชี้แจงไปก็ยิ่งเข้าเนื้อ ฝ่ายค้านหยิบมาเป็นประเด็นโจมตีทางการเมือง นั่นคือเรื่องฮั้ว สว. พูดได้แค่ว่าไม่เกี่ยวๆ ไปเรื่อย ชี้แจงประเด็นนี้ ประเด็นโน้นงอกไปเรื่อย สุดท้ายก็รอดู กกต. จะส่งฟ้องกี่คน ซึ่งเชื่อได้ว่า ถ้าไม่เป็นที่พอใจของฝ่ายค้าน ประเด็นนี้ก็ถูกตีต่อ ยื่นเอาผิด กกต.แบบที่จะเอาผิด ป.ป.ช.ที่ปกปิดสำนวนคดีนาฬิกาเพื่อน ของ“บิ๊กป้อม”พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

ในทางการเมือง รัฐบาลนี้ถูกสถาปนาเป็น“ระบอบสีน้ำเงิน” เหมือนที่เคยมีข้อครหาระบอบทักษิณเมื่อก่อน คือถูกว่ากินรวบอำนาจในฝ่ายนิติบัญญัติ ครอบ สว.ได้เกือบทั้งสภา แถมอาศัยเรื่องครอบ สว. ไปบงการเลือกองค์กรอิสระ ที่ช่วยเสริม“กำแพงสีน้ำเงิน”ให้แข็งแกร่งมากขึ้น มีตัวจี๊ดของฝั่งรัฐบาลไม่กี่คนที่ออกมาตอบโต้ เช่น นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และมีอินฟลูเอนเซอร์ขั้วตรงข้ามพรรคส้มช่วยบ้าง

สิ่งที่รัฐบาลนี้ไม่ทำ หรือทำน้อยมาก คือการสื่อสารสร้างแนวร่วม ไม่รู้ว่า คิดว่าอยู่ได้ยาว หรือผลงานดีจนไม่ต้องพูดอะไร ถึงไม่ค่อยรณรงค์เชิงความคิดกับคนรุ่นใหม่ๆ นัก เหมือนไม่กลัวจะ“สิ้นบุญเก่า” ..ขณะที่พรรคประชาชน เดินหน้าเข้าถึงคนรุ่นใหม่เต็มที่ รณรงค์ทางความคิดในระดับอุดมศึกษา  เช่นที่ดังขึ้นมา คือไปที่ มอ. วันที่ 17 ก.ค. “หัวหน้าเท้ง”ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ก็ลงไปเสวนา มอ.ปัตตานี วันที่ 11 ส.ค. “สส.ไอซ์”รักชนก ศรีนอก ก็ไป มอ.หาดใหญ่

ไปพูดถึงเรื่องรัฐธรรมนูญ เรื่องการเมือง จนมีผู้ตั้งข้อสังเกต ทางคณะรัฐศาสตร์  มอ. ออกเอกสารชี้แจงเมื่อ 17 ส.ค. “ ผู้จัดเชิญวิทยากรจากหลายภาคส่วน ทั้งจากพรรคการเมืองที่มีจุดยืนแตกต่างกัน  การตอบรับเข้าร่วมของวิทยากรแต่ละท่านขึ้นอยู่กับความสะดวก จึงอาจมีบางท่านที่ไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้  มิได้หมายความว่าผู้จัดมีเจตนาเลือกปฏิบัติหรือมุ่งให้พื้นที่แก่ความคิดเห็นด้านใดด้านหนึ่งเป็นการเฉพาะ”แปลว่า เชิญคนอื่นด้วย แต่ไม่มา  อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้มีผู้เรียกร้องให้กระทรวงอุดมศึกษาฯ ตรวจสอบว่า“ให้เด็กไปฟัง แลกนับชั่วโมงทำกิจกรรมหรือไม่”  

คนรุ่นใหม่ นิสิตนักศึกษานั้น เป็นกลุ่มที่ใช้สื่อมาก และเป็นผู้รณรงค์ทางความคิดที่มีบทบาทในช่วงที่สังคมต้องเปิดให้มีประชามติเรื่องใดเรื่องหนึ่ง อย่างการเลือกตั้ง หรือแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นที่น่าสนใจว่า การสื่อสารหลายทาง เดินสาย พรรคส้มเล็งเป้าหมายสำคัญอะไรในช่วงนี้ แค่การสร้าง“แนวร่วมใหม่”อย่างช้าๆ ค่อยรุกคืบตามสถานศึกษาเท่านั้นหรือ ?   

หรือเล็งเห็นว่า“จะเกิดความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเร็วๆนี้” นายชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง อดีตผู้สมัคร สส.ขอนแก่น พรรคส้ม แจ้งว่า พรรคไม่ส่งชิงนายก อบจ. “เนื่องจากไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่า การเลือกตั้ง สส.ครั้งต่อไปจะเร็วหรือช้าอย่างไร ภายใต้สถานการณ์การเมืองที่ไม่มีความแน่นอน จึงไม่ส่งผู้สมัครนายก อบจ.ขอนแก่น”  

ทำให้น่าสนใจว่า เรื่องฮั้ว สว.จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญหรือไม่ ที่ทำให้พรรคประชาชนต้องปลุกพลังมวลชน  “สส.ต้า”ภัณฑิล น่วมเจิม สส.กรุงเทพ ประกาศว่า“ไม่จบแค่ กกต.” เพราะจะใช้กลไก กมธ.เรียกสอบอีก อาจขยายไปถึงการชิมลางลงถนน ด้วยข้อหา “รัฐมนตรีบางคนมีหลักฐานโยงว่าเอี่ยวโกงเลือก สว. ครม.นี้ขาดคุณธรรมจริยธรรม”  

ท่าทีหลังคดีฮั้ว สว. อาจกำหนดการเคลื่อนไหวใหญ่ทางการเมือง และการที่พรรคต้องเพิ่มพลังหนุน ก็เพื่อเตรียมเป็น“หลังพิง”ที่สำคัญ ในคดี 44 สส.แก้ ม.112 ที่ศาลตัดสินในปีหน้าด้วย.