สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 19 ส.ค. ว่า ในเดือน ก.ค. อุณหภูมิเฉลี่ยในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนอยู่ที่ 27 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นสถิติเดือน ก.ค. ที่สูงที่สุดเท่าที่เคยบันทึกไว้ ขณะที่ทุ่นลอยน้ำนอกชายฝั่งใกล้กับเกาะมายอร์กาของสเปน บันทึกอุณหภูมิได้ 33 องศาเซลเซียสในช่วงต้นเดือน ส.ค.
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากฝีมือมนุษย์ ทำให้ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนร้อนขึ้นประมาณ 2 องศาเซลเซียส และทะเลในยุโรปตะวันตกร้อนขึ้นประมาณ 1.4 องศาเซลเซียส ตามการวิเคราะห์ของเครือข่ายความร่วมมือด้านสภาพอากาศนานาชาติ (ดับเบิลยูดับเบิลยูเอ)
การวิเคราะห์พบว่า อุณหภูมิสูงสุดของทะเลที่บันทึกไว้ในปีนี้ ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออกและตะวันตก รวมถึงตามแนวอ่าวบิสเคย์และชายฝั่งไอบีเรีย “แทบจะไม่เกิดขึ้น” หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากฝีมือมนุษย์
Human-caused climate change was the main driver of recent record-breaking sea temperatures around Europe, scientists said, warning of severe consequences for marine ecosystems and coastal communities https://t.co/YzjWS3ldaS
— Reuters (@Reuters) August 19, 2026
ในทะเลเคลติก นอกชายฝั่งบริเตนและไอร์แลนด์ อุณหภูมิที่สูงที่สุดที่บันทึกไว้นั้น คาดว่าจะเกิดขึ้นเพียงประมาณครั้งเดียวในรอบศตวรรษ ในโลกที่ปราศจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ทะเลที่ร้อนขึ้นจะเพิ่มความชื้น และอุณหภูมิในเวลากลางคืนในพื้นที่ชายฝั่ง และสามารถช่วยกระตุ้นให้เกิดพายุรุนแรงในช่วงปลายปีได้ มากไปกว่านั้น ยังอาจทำให้สิ่งมีชีวิตจำนวนมาก เช่น ปะการัง ต้องตายลง และรบกวนแหล่งอาหารของนกและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องไปตามห่วงโซ่อาหาร
ประมาณ 90% ของอ่าวบิสเคย์และ 80% ของทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตะวันตก ประสบกับสภาวะคลื่นความร้อนในทะเลในปีนี้ ขณะที่การวิเคราะห์ระบุว่า หากไม่มีภาวะโลกร้อน ตัวเลขดังกล่าวจะอยู่ที่ประมาณ 40%.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



