นักวิจัยจีนค้นพบหลักฐานใหม่ที่อาจช่วยไขปริศนาว่า เหตุใดซีกด้านใกล้และซีกด้านไกลของดวงจันทร์จึงมีลักษณะทางธรณีวิทยาแตกต่างกันอย่างชัดเจน เมื่อสังเกตจากโลก ด้านใกล้ของดวงจันทร์เต็มไปด้วย “ทะเลดวงจันทร์” หรือมาเรีย (Maria) ซึ่งเป็นพื้นที่ราบขนาดใหญ่ที่เกิดจากลาวาภูเขาไฟสีเข้ม ขณะที่ด้านไกลของดวงจันทร์กลับถูกปกคลุมด้วยพื้นที่สูงสีสว่าง และมีมาเรียอยู่น้อยมาก
ความแตกต่างอย่างเด่นชัดระหว่าง 2 ซีกของดวงจันทร์ ทำให้นักวิจัยจากสถาบันธรณีวิทยา สถาบันวิทยาศาสตร์ธรณีวิทยาแห่งประเทศจีน ศึกษาชิ้นส่วนหินหลอมละลายจากแรงกระแทก ที่พบในตัวอย่างดินจากภารกิจฉางเอ๋อ-6 โดยใช้เครื่องตรวจวัดไอออน (Ion Probe) ที่จีนพัฒนาขึ้นเป็นเครื่องแรกของประเทศ

Long Tao รองผู้อำนวยการศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์ดาวเคราะห์ อธิบายว่า เครื่องตรวจวัดไอออนต้องยิงลำไอออนไปยังตำแหน่งเป้าหมายที่มีขนาดเล็กระดับไมโครเมตรอย่างแม่นยำ เปรียบได้กับการโยนลูกบาสเกตบอลให้ลงห่วงจากระยะทาง 3,000 เมตร เมื่อลำไอออนกระทบตัวอย่าง จะทำให้เกิดไอออนทุติยภูมิออกมา จากนั้นจึงนำมาวิเคราะห์อย่างรายละเอียด
จากการวิเคราะห์ที่มีความแม่นยำสูง ทีมวิจัยพบความเชื่อมโยงระหว่างความแตกต่างของดวงจันทร์ทั้งสองด้าน กับการพุ่งชนครั้งใหญ่ที่ทำให้เกิดแอ่งขั้วใต้เอตเคน (South Pole-Aitken Basin) เมื่อประมาณ 4,300 ล้านปีก่อน โดยแอ่งขั้วใต้เอตเคนถือเป็นแอ่งหลุมอุกกาบาตที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ลึกที่สุด และเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งบนดวงจันทร์


Che Xiaochao นักวิจัย กล่าวว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้ดวงจันทร์ทั้งสองซีกมีความแตกต่างกันอย่างมาก น่าจะเกี่ยวข้องกับการพุ่งชนครั้งใหญ่ ทำให้ตัวอย่างดวงจันทร์ที่เก็บมาจากแอ่งขั้วใต้เอตเคน มีระดับกัมมันตรังสีสูงกว่าตัวอย่างจากเปลือกดวงจันทร์เดิมที่ยังคงสภาพใกล้เคียงกับยุคแรกเริ่มมากกว่า
เมื่อปี 2024 ยานสำรวจฉางเอ๋อ-6 สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเก็บตัวอย่างจากด้านไกลของดวงจันทร์บริเวณแอ่งขั้วใต้เอตเคน จำนวน 1,935.3 กรัม และนำตัวอย่างเหล่านั้นกลับมายังโลกได้สำเร็จ นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่สามารถนำตัวอย่างจากด้านไกลของดวงจันทร์กลับมาศึกษาบนโลกได้
เครดิต China Media Group (CMG)



