สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 20 ส.ค. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า มีแผนพบหารือแบบตัวต่อตัวกับนายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ภายในปีนี้ สอดคล้องกับที่สื่อหลายแห่งของสหรัฐรายงานออกมาก่อนหน้านี้ว่า ทรัมป์ผลักดันให้ทีมงานจัดการหารือกับคิมแบบพบหน้ากัน โดยเร็วที่สุดในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีนี้


ขณะเดียวกัน ทรัมป์กล่าวว่า คิมตอบรับแนวคิดเจรจาเพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์แล้ว แต่ในเวลาเดียวกัน สำนักข่าวกลางเกาหลี (เคซีเอ็นเอ) กระบอกเสียงของรัฐบาลเปียงยาง รายงานโดยอ้างเป็นคำกล่าวของ น.ส.คิม โย-จอง น้องสาวของผู้นำสูงสุด ว่าเกาหลีเหนือไม่เคยทราบมาก่อน ว่ามีการติดต่อระดับผู้นำสูงสุดของสหรัฐกับเกาหลีเหนือ


แม้เธอยอมรับว่า ความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำทั้งสองประเทศ “ยอดเยี่ยมอย่างแท้จริง” แต่สหรัฐยังคงซ้อมรบร่วมกับเกาหลีใต้และคุกคามความมั่นคงของเกาหลีเหนือ


นอกจากนี้ ทรัมป์กล่าวว่า เกาหลีเหนือมีอาวุธนิวเคลียร์ที่ “ทรงอานุภาพมาก” จำนวน 57 ลูก โดยไม่ได้อ้างอิงแหล่งที่มา ทั้งนี้ สหรัฐไม่เคยเปิดเผยรายงานข่าวกรองเกี่ยวกับจำนวนอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ ขณะที่รัฐบาลเปียงยางไม่เคยเปิดเผยสถิติของตัวเอง


อย่างไรก็ตาม รายงานของสภาวิจัยแห่งสหรัฐเมื่อปี 2568 อ้างการประเมินของผู้เชี่ยวชาญว่า เกาหลีเหนือมีวัสดุฟิสไซล์เพียงพอสำหรับผลิตหัวรบนิวเคลียร์ได้สูงสุด 90 ลูก และอาจประกอบเสร็จแล้วราว 50 ลูก


ส่วนสถาบันวิจัยสันติภาพระหว่างประเทศสตอกโฮล์มประเมินเมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ว่าเกาหลีเหนืออาจประกอบหัวรบนิวเคลียร์แล้วประมาณ 60 ลูก และมีวัสดุเพียงพอสำหรับผลิตเพิ่มอีกอย่างน้อย 30 ลูก.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS