นายจำลอง อนันตสุข สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะรองประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านกีฬา วุฒิสภา เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาเตรียมการจัดสัมมนา เรื่อง “Thailand Football ฟุตบอลไทย สร้างรากฐานใหม่ ภายใต้กระทรวงการกีฬา สู่อนาคตที่ยั่งยืน” ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 26 ส.ค.นี้ ที่โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น เพื่อขับเคลื่อนและปฏิรูปวงการฟุตบอลไทยอย่างเป็นรูปธรรม

นายจำลอง กล่าวว่า คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและกีฬา วุฒิสภา เตรียมถกทิศทางของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ แต่ปัญหาใหญ่ระดับชาติที่พบคือเรื่อง “เงิน” หลังพบว่างบประมาณจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ถูกปรับลดลงอย่างน่าใจหาย ส่งผลกระทบชิ่งไปยังสมาคมกีฬาต่าง ๆ ที่พากันโอดครวญว่าเม็ดเงินไม่พออัดฉีดนักกีฬาไปสู้ศึกระดับนานาชาติ ทั้งซีเกมส์ ครั้งที่ 34 ที่มาเลเซีย ในปีหน้า, เอเชียนเกมส์ และโอลิมปิกเกมส์

ตนในฐานะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาร่างงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ 2570 รู้สึกเป็นห่วงและกังวลเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะวิกฤตงบ “กีฬาเพื่อความเป็นเลิศ” เพื่อจัดสรรให้สมาคมกีฬาต่าง ๆ ซึ่งขณะนี้มีกลุ่มสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย ได้ออกมารวมตัวเรียกร้อง เนื่องจากงบที่ตัดจ่ายให้กิจกรรมกีฬาเพื่อความเป็นเลิศ ถูกปรับลดลงเหลือเพียง 1,300 ล้านบาท และคาดว่าจะจัดสรรไปถึงตัวสมาคมกีฬาจริง ๆ เพียงราว 900 ล้านบาทเท่านั้น ส่งผลให้สมาคมกีฬาต้องถูกจำกัดเพดานงบอย่างรุนแรง

“อยากฝากข้อเสนอแนะไปถึงผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ป้ายแดง (โปรดปราน สมานมิตร) ด้วยว่าผู้ว่าการ กกท. ท่านใหม่ จำเป็นต้องมีวิสัยทัศน์เฉียบแหลมในการจัดหารายได้ ต้องออกแรงดึงดูดภาคเอกชนให้เข้ามาควักกระเป๋าสนับสนุนวงการกีฬาไทย ให้มากขึ้น พร้อมกับย้ำว่าต้องปูรากฐานกีฬาให้เยาวชนทั่วประเทศ ดึงเด็กไทยให้ห่างไกลยาเสพติด โดยแนะให้บูรณาการร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผุดลานกีฬาและสนามกีฬาให้ครอบคลุมเพื่อให้ชาวบ้านเข้าถึงได้ง่ายที่สุด” สว.จำลอง กล่าว

สว.จำลอง ยังได้กล่าวแสดงความยินดีกับ “ซูเปอร์ตั๋ว” นางโปรดปราน สมานมิตร รองผู้ว่าการ กกท. ฝ่ายกีฬาอาชีพและกีฬามวย ที่ได้รับการพิจารณาจาก บอร์ด กกท. ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการ กกท.คนใหม่ ซึ่งจะเป็นสุภาพสตรีคนแรกของไทย ที่ได้รั้งตำแหน่ง “ผู้นำค่ายหัวหมาก”

ทั้งนี้ หลายฝ่ายมีความเชื่อมั่นและคาดหวังในตัวท่านผู้ว่าฯ ท่านใหม่สูงมาก เพราะเป็นสุภาพสตรีที่มีความแข็งแกร่ง ประสบการณ์โชกโชนคลุกคลีในวงการกีฬา ทั้งระดับชาติและระดับโลก บวกกับจุดแข็งความโดดเด่นเรื่อง “คอนเนกชัน” ที่สามารถเข้าถึงสมาคมกีฬา, นักกีฬา และประสานสิบทิศได้กับทุกองค์กรเป็นอย่างดี เชื่อมั่นว่าด้วยศักยภาพและวิสัยทัศน์ผู้ว่าการ กกท.คนใหม่ จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้การประสานงานราบรื่น และนำพาวงการกีฬาไทยก้าวหน้าสู่อนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพแน่นอน.