กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงส่อกลับเข้าสู่ภาวะวิกฤติอีกครั้ง หลังภาระชดเชยราคาน้ำมันยังไหลออกต่อเนื่อง ท่ามกลางราคาพลังงานโลกที่ผันผวน ดันสถานะกองทุนฯ ติดลบแตะ 75,562 ล้านบาท และมีแนวโน้มอาจพุ่งสู่ระดับแสนล้านบาทในไม่ช้า ท่ามกลางความกังวลว่า หากเกิดวิกฤติพลังงานรอบใหม่ รัฐอาจเหลือเครื่องมือในการดูแลราคาพลังงานไม่มากนัก

แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน ได้แสดงความกังวลถึงสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงว่า น่าเป็นห่วงอย่างมาก มีโอกาสกลับมาติดลบระดับแสนล้านบาทอีกครั้ง เนื่องจากทิศทางราคาน้ำมันยังมีความผันผวน  กองทุนฯ ยังต้องแบกภาระชดเชยราคาน้ำมันในระดับสูง โดยเฉพาะราคาน้ำมันดีเซล  ล่าสุดชดเชยลิตรละ 5.90 บาท  โดยราคาปัจจุบันอยู่ที่ลิตรละ 38.39 บาท จากราคาจริงหากไม่ชดเชย อยู่ที่ลิตรละ 44.29 บาท รวมทั้งยังต้องชดเชยราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 0.39 บาท ราคาปัจจุบันลิตรละ 37.69 บาท หากไม่ชดเชยราคาลิตรละ 38.08 บาท ส่วนอี 20 ชดเชยลิตรละ 4.03 บาท ราคาปัจจุบันลิตรละ 32.69 บาท หากไม่ชดเชยราคาลิตรละ 36.72 บาท    

สำหรับสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงล่าสุด วันที่ 16 ส.ค. 69  ติดลบ 75,562 ล้านบาท ติดลบเพิ่มจากสัปดาห์ก่อน 3,302 ล้านบาท แบ่งเป็นบัญชีน้ำมัน  ติดลบ 36,066 ล้านบาท เพิ่มจากสัปดาห์ก่อน 3,289 ล้านบาท  บัญชีแอลพีจี ติดลบ 39,496 ล้านบาท ติดลบเพิ่มจากสัปดาห์ก่อน 13 ล้านบาท  มีหนี้สินสูงถึง 115,297 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,188 ล้านบาท แบ่งเป็นหนี้สินน้ำมัน 74,488 ล้านบาท หนี้สินจากแอลพีจี 40,809 ล้านบาท

“ตอนนี้กองทุนน้ำมันกลับมาน่าห่วงอีกครั้ง เริ่มขาดสภาพคล่องหนักมาก ไม่มีรายได้เข้ามา เงินต้องไหลออกชดเชยต่อเนื่อง จากที่ผ่านมายังไหลออกบางส่วนในประเภทน้ำมันที่ต้องดูแล คือ น้ำมันดีเซล ที่เกี่ยวเนื่องกับเศรษฐกิจเยอะ ขณะที่กลุ่มเบนซิน และน้ำมันแก๊สโซฮอล์ จะเน้นดูแก๊สโซฮอล์ 95 ซึ่งมีปริมาณการใช้เยอะ ถ้ายังชดเชยในปริมาณที่สูงอย่างต่อเนื่อง อีกไม่นานเชื่อว่า กองทุนฯ จะกลับไปติดลบแสนล้านบาทอีกแน่นอน”

อย่างไรก็ตามสิ่งที่ต้องเร่งแก้ปัญหา คือ ต้องเริ่มทยอยลดการชดเชยราคาน้ำมันลง แต่ไม่ถึงขนาดปรับขึ้นรุนแรง จนกระทบต่อประชาชนมากนัก แต่ก็ต้องทยอยปรับขึ้น เพื่อให้ประชาชนปรับตัว และปรับพฤติกรรมใช้พลังงานอย่างประหยัดมากขึ้น เพราะไม่เช่นนั้นถ้าปล่อยให้กองทุนฯ กลับมาติดลบถึงแสนล้านบาท ต่อไปหากเกิดเหตุฉุกเฉินที่ทำให้ราคาพลังงานตลาดโลกพุ่งสูงขึ้น จะไม่มีเครื่องมือในการดูแลราคาพลังงาน  ซึ่งเร็วๆ นี้ กองทุนฯ จะต้องใช้เงินกู้วงเงิน 20,000 ล้านบาท ที่ก่อนหน้านี้ ครม.เคยอนุมัติให้มาใช้แล้ว  ถ้าหมดวงเงินนี้ แล้วกองทุนฯ ยังไม่มีรายได้เข้ามา ต่อไปก็จะยิ่งลำบาก เพราะจะไม่มีสถาบันการเงินไหนให้กู้  ทั้งที่ต้องทำแผนกู้รอบใหม่แล้ว

“สิ่งสำคัญต้องให้ประชาชนรับรู้ความจริงว่า ราคาน้ำมันตลาดโลกปรับขึ้นไปถึงไหนแล้ว ไม่ใช่ว่าให้ประชาชนใช้ราคาที่ถูกบิดเบือนตลาดจนเคยชิน แต่การปรับขึ้นก็ต้องทยอยๆ  ขึ้น ไม่ขึ้นพรวดพราดจนกระทบประชาชนมากเกินไป ตอนนี้ราคาน้ำมันก็ใช้ทั้งกองทุนฯดูแล และเงินจากโรงกลั่นเข้ามาช่วยแล้ว ถ้าต่อไปติดหนี้เยอะๆ สถาบันการเงินไหนจะอยากให้กู้”