วันนี้ (21 ส.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าชายโลรองต์แห่งเบลเยียม โปรดให้มีการดำเนินการจดทะเบียนรับรองบุตรตามกฎหมายแก่ เคลม็องต์ วองดองแกร์คอฟ พระโอรสนอกสมรส ณ ที่ทำการเทศบาลเมื่อ 6 เดือนก่อน แต่เพิ่งจะมีการเปิดเผยรายละเอียดต่อสาธารณชน

สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า แม้วองดองแกร์คอฟจะได้รับฐานันดรศักดิ์เป็นเจ้าชายอย่างเป็นทางการ แต่อดีตพนักงานขายรถยนต์รายนี้ จะไม่ได้รับเงินอุดหนุนหรือเบี้ยเลี้ยงจากราชวงศ์แต่อย่างใด

นิตยสารข่าวรายสัปดาห์ “ซัวร์แมก” ของเบลเยียม เป็นสื่อแรกที่รายงานข่าวการรับรองบุตรอย่างเป็นทางการของเจ้าชายแห่งเบลเยียม โดยระบุว่าผลจากการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายนี้ จะทำให้เจ้าชายพระองค์ใหม่ ได้รับสิทธิในมรดกของพระบิดาในสัดส่วนที่เท่าเทียมกับพระโอรสและพระธิดาองค์อื่น ๆ

วองดองแกร์คอฟกล่าวต่อผู้สื่อข่าวว่า เขาไม่ได้สนใจเรื่องรายละเอียดทางกฎหมาย แต่มุ่งหวังถึง “โอกาสที่จะได้ทำความรู้จักกับพ่อของเขา” มากกว่า

ชายหนุ่มวัย 26 ปีรายนี้ เป็นพระโอรสนอกสมรสของเจ้าชายโลรองต์ พระอนุชาของสมเด็จพระราชาธิบดีฟิลิปแห่งเบลเยียม กับ เวนดี ฟาน วันเติน นางแบบและนักร้องชาวเบลเยี่ยมผู้โด่งดังในยุคทศวรรษ 90

ข่าวลือว่า วองดองแกร์คอฟ เป็นพระโอรสนอกสมรสของเจ้าชายโลรองต์มีมานานแล้ว เนื่องจาก วองดองแกร์คอฟ ซึ่งเกิดในปี 2543 มีหน้าตาถอดแบบมาจากเจ้าชายโลรองต์ อีกทั้งชื่อของเขายังถูกตีความว่าอ้างอิงถึง พระตำหนักวิลลา เคลม็องตีน ในเมืองแตร์วือแรน ของเจ้าชายโลรองต์ นอกเหนือจากคำใบ้ในบทเพลงต่างๆ ที่แม่ของเขาเคยทิ้งไว้

อย่างไรก็ตาม เจ้าชายโลรองต์เพิ่งยอมรับพระโอรสนอกสมรสเมื่อปีที่แล้ว โดยพระองค์เปิดเผยว่า ทั้งคู่ได้ “พูดคุยกันอย่างเปิดเผยและจริงใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา”

วองดองแกร์คอฟ รู้ว่าเจ้าชายโลรองต์คือพ่อแท้ ๆ ของเขาตั้งแต่อายุ 16 ปี และตัดสินใจติดต่อเจ้าชายโลรองต์เมื่อตอนอายุ 20 ปี

“ตลอดช่วงวัยเด็ก ผมต้องวุ่นวายใจกับคำถามที่ว่า ‘พ่อของผมคือใคร’ เมื่อผมรู้ความจริง ความลับนั้นมันหนักอึ้งเกินกว่าจะแบกรับไว้ได้” เขาให้สัมภาษณ์กับนิตยสารเฮต นิวส์บลัด เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา

เจ้าชายโลรองต์แห่งเบลเยียม (ซ้าย) และเจ้าชายเคลม็องต์ วองดองแกร์คอฟ (ขวา)

นอกจากนี้ เจ้าชายองค์ใหม่แห่งเบลเยียมยังระบุว่า เขาคงใช้นามสกุลเดิมของตัวเองต่อไป แทนที่จะเปลี่ยนไปใช้นามสกุล แซ็กซ์-โคเบิร์ก ของพระบิดา โดยกล่าวว่า “การละทิ้งนามสกุลนี้ จะถือเป็นการทรยศต่อทุกสิ่งที่แม่ทำเพื่อผมมาโดยตลอด” 

ปัจจุบัน เจ้าชายโลรองต์มีพระโอรสและพระธิดาอีก 3 พระองค์กับ เจ้าหญิงแคลร์แห่งเบลเยียม พระชายาที่อภิเษกสมรสกันเมื่อปี 2546 

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2563 สมเด็จพระราชบิดาอัลแบร์ที่ 2 ของเจ้าชายโลรองต์ ก็เคยต้องยอมรับลูกนอกสมรสคือ เจ้าหญิงเดลฟีน หลังจากที่ปฏิเสธและมีการต่อสู้ทางกฎหมายกันยาวนานหลายปี โดยอดีตสมเด็จพระราชบิดาอัลแบร์ที่ 2 สละราชสมบัติในปี 2556 หลังประเด็นพิสูจน์ความเป็นพ่อลูกกับเจ้าหญิงเดลฟีน กลายเป็นข่าวอื้อฉาวทั่วประเทศ

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

ที่มา : abc.net.au

เครดิตภาพ : Instagram / clement_vandenkerckhove