เมื่อวันที่ 21 ส.ค. ที่ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ศูนย์ราชการอาคาร ซี  นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี แถลงข่าวความคืบหน้าการลงทะเบียนล่วงหน้าในโครงการ TH-AI Passport  (ทีเอช-เอไอ พาสปอร์ต) ว่า หลังเปิดลงทะเบียนล่วงหน้าครบ 2 วัน ถึงเวลา 12.40 น. วันที่ 21 ส.ค. มียอดผู้สนใจลงแล้ว 1,127,664 ราย ขณะที่เรื่องของสัญญาเดิมตามโครงการนั้น สดช. ใช้สัญญามาตรฐานตามตัวอย่างสัญญาที่คณะกรรมการนโยบายจัดซื้อจัดจ้างและการพัสดุภาครัฐกำหนด ซึ่งการกำหนดการจ่ายเงินตามสัญญาจะต้องกำหนดวงเงินที่แน่นอน ยกเว้นสัญญาจะซื้อจะขายแบบราคาคงที่ไม่จำกัดปริมาณ (ซึ่งเป็นการแจ้งคำสั่งซื้อและจ่ายเงินตามจำนวนของที่ใช้งานจริง เช่น กรมราชทัณฑ์ซื้อข้าวสารอาหารสำหรับผู้ต้องขัง โรงพยาบาลสั่งวัตถุดิบสำหรับประกอบอาหารเลี้ยงผู้ป่วย) 

ขณะที่สัญญาซึ่งได้รับการแก้ไขใหม่ เป็นการจ่ายแบบ Pay Per Active User ซึ่งยังสอดคล้องกับสัญญาเดิม ที่จะจ่ายเงินตามการใช้งานจริงคือ บริษัทต้องส่งมอบแผนการดำเนินงานที่มีผู้เข้ามา login เป็นจำนวน 5,000,000 สิทธิแล้ว จึงจะตรวจรับและเบิกจ่ายเงิน (กรณีไม่ครบ 5,000,000 สิทธิ ผู้รับจ้างจะต้องถูกปรับตามข้อ 11 ของสัญญาเดิมในส่วนของผู้เข้ามา login จริง) การกำหนดการจ่ายเงินแบบ Pay Per Active User ตามสัญญาที่แก้ไขใหม่ เพื่อให้เกิดความชัดเจนในเรื่องของการจ่ายเงินมากยิ่งขึ้นเท่านั้น ซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของสัญญาเดิม โดยในการแก้ไขสัญญาครั้งนี้ได้ส่งให้สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจพิจารณาด้วยแล้ว

ด้านสิทธิผู้ที่ลงทะเบียนเมื่อมีการเปิดใช้งาน TH-AI Passport ผู้สมัครเข้าใช้งาน 3 เดือนแรก จะได้รับสิทธิ Innovator (ผู้สร้างสรรค์) ระยะเวลา 30 วัน เพื่อให้ได้ใช้ Model ระดับ Pro หลังจากนั้นจะต้องอบรมให้ได้คะแนน 100 คะแนน และมีการสะสมคะแนน 100 คะแนนเป็นอย่างน้อยในแต่ละเดือน เพื่อรับสิทธิต่อในระดับ Innovator สำหรับใช้งานในเดือนต่อไป 

ผู้ลงทะเบียนหลัง 30 พฤศจิกายน 2569 จะได้รับสิทธิเป็น Beginner (ผู้เริ่มต้น) จากนั้นจะต้องอบรมให้ได้คะแนน 100 คะแนน เพื่อเลื่อนระดับเป็น Innovator (ผู้สร้างสรรค์)

นายพชร กล่าวต่อว่า จากการติดตามความคืบหน้าพบว่า ประชาชนมีข้อสงสัยต่อประเด็นเรื่องการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานที่เกี่ยวข้องกับ Generative AI ของกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการฯ กระทรวงดีอีขอยืนยันว่า ข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานในโครงการ TH-AI Passport ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลการเรียนออนไลน์ ข้อมูลพฤติกรรมการใช้งาน การประมวลผลการลงทะเบียน การเรียนออนไลน์ การจัดทำ Dashboard โดยทั้งหมดจะถูกจัดเก็บและประมวลผลภายในประเทศไทย และปฏิบัติตามกฎหมายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์อย่างเคร่งครัด 

นอกจากนี้โครงการ TH-AI Passport ได้ออกแบบระบบให้มีการตรวจจับ คัดกรอง และปกปิดข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลอ่อนไหว (Masking) ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ก่อนนำข้อมูลคำสั่ง (Prompt) ไปประมวลผลกับผู้ให้บริการ AI ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งผู้ให้บริการไม่สามารถนำข้อมูลที่ประมวลผลไปใช้เพื่อประโยชน์อื่น หรือนำไปเทรน AI Model ของตนเองได้ และเมื่อส่งผลลัพธ์กลับมาแล้ว ผู้ให้บริการ AI จะไม่มีการจัดเก็บข้อมูลดังกล่าวภายหลังการประมวลผลเสร็จสิ้นอย่างแน่นอน

ในส่วนกรณีการใช้โดเมนนามสกุล .go.th และ .net ไม่ได้มีการกำหนดไว้ว่าจะต้องใช้ .net โดยเมื่อเริ่มเปิดตัวโครงการอย่างเป็นทางการ จะเปลี่ยนการใช้โดเมนนามสกุลเป็น .go.th ทั้งนี้ประชาชนที่ได้ลงทะเบียนล่วงหน้าผ่านช่องทางเดิม (.net) แล้ว ไม่ต้องดำเนินการใดๆ โดยถือว่าเป็นการลงทะเบียนสำเร็จ ระบบจะย้ายข้อมูลไปยัง .go.th แบบอัตโนมัติให้ทันที

สำหร้บกรณีการชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ของสภา นั้น หากมีหนังสือเชิญมาตามระเบียบแบบแผน ทางกระทรวงฯ ก็ตอบรับและพร้อมส่งผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงไปชี้แจงตามลำดับชั้น ซึ่งปัจจุบันสัญญารวมถึงรายละเอียดต่างๆ ได้ถูกเปิดเผยผ่านเว็บไซต์ของ สดช. เรียบร้อยแล้ว สามารถเข้าไปตรวจสอบได้ตลอดเวลา

ส่วนกรณีที่มีการฟ้องดำเนินคดีตามมาตรา 157 ไม่ได้กังวลและพร้อมว่ากันไปตามข้อเท็จจริง เพราะที่ผ่านมาเป็นการปฏิบัติงานตามหน้าที่อย่างถูกต้องทุกขั้นตอน หากไม่ทำก็อาจเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เช่นกัน ขณะนี้ทราบว่าหน่วยงานตรวจสอบได้เริ่มตั้งสำนวนและส่งหนังสือขอข้อมูลเข้ามาแล้ว ซึ่งทางกระทรวงฯ ก็ได้ทยอยส่งเอกสารและขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างทั้งหมดให้ตรวจสอบ ยืนยันว่าโปร่งใสและไม่มีสิ่งใดต้องปกปิด

“กระทรวงดีอี ขอยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงสัญญาฉบับใหม่นั้นถูกต้องตามกฎหมายและได้ผ่านการตรวจสอบจากสำนักงานอัยการสูงสุดแล้ว โดยปรับการจ่ายเงินเป็นแบบ Pay Per Active User เพื่อให้การใช้เงินงบประมาณนั้นเกิดความคุ้มค่าที่สุด ขณะที่เรื่องของการจัดเก็บข้อมูลและประมวลผลจะดำเนินการอยู่ในประเทศไทย และปฏิบัติตามกฎหมายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์อย่างเคร่งครัด” ปลัดกระทรวงดีอี กล่าว