เมื่อวันที่ 22 ส.ค. ที่รัฐสภา นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการ “เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand” ว่า คดีทุจริตการสอบท้องถิ่น พบว่ามีข้าราชการระดับอธิบดีเกี่ยวข้อง และมีชื่อของ นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ในฐานะอดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ด้วย ว่า ตนอาจจะพูดไม่ตรง พูดผิด และได้ยินคำถามไม่ชัด เนื่องจากขณะให้สัมภาษณ์ ตนอยู่ในบริเวณพื้นที่ที่มีเสียงดัง จึงฟังคำถามไม่ชัด
“ผมยืนยันว่าอธิบดีนฤชา ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต และท่านยังเป็นผู้เซ็นคำสั่งแต่งตั้งประธานและกรรมการร่างทีโออาร์ใหม่ ที่ตรวจพบการจับกุมปลัดเทศบาลนครราชสีมา ซึ่งในการร่างทีโออาร์ใหม่ ทั้งประธานและกรรมการต่าง ๆ วันนี้ยังไม่มีใครเชิญประธานและกรมการร่างทีโออาร์ มาให้ข้อมูล ดังนั้นในการประชุมกรรมาธิการ ป.ป.ช. วันพฤหัสที่ 27 ส.ค.นี้ จะเชิญประธานร่างทีโออาร์มาให้ข้อมูลถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น” นายอาสพลธ์ กล่าว
ประธานกมธ.ป.ป.ช. กล่าวอีกว่า ในการประชุมคณะกรรมาธิการป.ป.ช. ที่ผ่านมา เลขานุการคณะทำงานข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายของนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ได้ให้ข้อมูลว่า ระยะเวลา 30 วันที่ตรวจสอบทั้งหมด ขณะนี้ถึงระดับ 10 คือ อธิบดี และข้าราชการท้องถิ่น คณะทำงานชุดนี้ทำงานเสร็จสิ้นแล้ว ที่เหลือเป็นการทำหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ส่วนการดำเนินงานของคณะทำงานชุดนี้อยู่ที่การสอบหาข้อเท็จจริง ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ แต่ไม่ตรงกันกับกรณีที่ทางมหาวิทยาลัยบูรพาพูดผ่านสื่อ
นายอาสพลธ์ กล่าวว่า กรณีนี้เหตุเกิดช่วงปี 2564 ของการสอบแข่งขันข้าราชการส่วนท้องถิ่น ก่อนจะจัดสอบ ปรากฏว่าได้มีผู้ร้องเรียนการทุจริตเกิดขึ้น จนกระทั่งนำมาสู่การไปจับกุมตัวปลัดเทศบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดนครราชสีมา จึงเป็นการแก้ไขทีโออาร์ใหม่ ดังนั้น มหาวิทยาลัยบูรพาเป็นผู้ชนะจริง แต่เมื่อมีการจับกุมการทุจริตครั้งใหญ่ขึ้นในปี 2564 จึงแก้ทีโออาร์ใหม่ เงื่อนไขในทีโออาร์เปลี่ยนแปลงจากเดิมพอสมควร ผู้ว่าจ้างได้สอบถามมหาวิทยาลัยบูรพาว่าจะทำในราคานี้ได้หรือไม่ ซึ่งมหาวิทยาลัยบูรพาตอบกลับว่า เงื่อนไขเปลี่ยนไปขนาดนี้ อาทิ ไปจัดสอบทั่วประเทศและให้ตรวจผลสอบที่นั่นเลย เขาก็ไม่สามารถทำตามหลักการที่เสนอตอนแรกได้ จึงไม่มีการลงนามและเป็นที่มาของการประกวดราคาใหม่ ทีโออาร์ใหม่ และเชิญมหาวิทยาลัยบูรพามาร่วมประกวดราคา แต่ก็ไม่ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น ที่คณะทำงานได้แจ้งที่ประชุมคณะกรรมาธิการฯ และทางคณะทำงานได้ฝากชี้แจงว่า ในการสอบข้อเท็จจริง คณะทำงานได้เชิญมหาวิทยาลัยบูรพา มาให้ข้อมูลทางมหาวิทยาลัยบูรพาก็ไม่มา จึงมีการตั้งข้อสังเกตเช่นกันว่า ทำไมถึงไม่มา ก็เป็นประเด็นที่สำคัญและไม่ตรงกับข้อเท็จจริงที่เขาให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อช่วงที่ผ่านมา
นายอาสพลธ์ กล่าวอีกว่า จากการไปศึกษาดูงานที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) อธิบดีดีเอสไอระบุว่าได้มีการสอบปากคำนายหน้าตามต่างจังหวัด เช่น ศรีสะเกษ ครบถ้วนแล้ว ประเด็นสำคัญคือ ขบวนการนี้ไม่ได้ทำครั้งแรก แต่ทำมาตลอด และที่สำคัญไม่ว่ามหาวิทยาลัยใดเป็นผู้จัด กลุ่มนายหน้าเหล่านี้ กลุ่มที่ผูกพันกระบวนการทุจริตเขาจะรู้จักกับคนที่จัดสอบในมหาวิทยาลัยทั้งหมด ต่อให้เราไปจ้างมหาวิทยาลัยไหน เขาก็มีช่องในการติดต่อเพื่อทำการทุจริตทั้งหมด
“ข้อมูลในวันนี้ยังคงถึงแค่นักการเมืองท้องถิ่น ยังไม่ไปถึงนักการเมืองระดับชาติ การที่นายรังสิมันต์ โรม ไปพูดถึงนั้น ในที่ประชุม ดีเอสไอบอกว่าเป็นแค่ข่าว ยังไม่มีข้อมูลอะไรเลย ผมอยากจะขอให้ดีเอสไอและ ป.ป.ช. เชิญนายรังสิมันต์มาให้รายละเอียดว่าว่าเป็นอย่างไร เพราะเราไม่มีรายละเอียดตรงนั้น และไปกล่าวหาบุคคลที่ 3 ผมว่ามันไม่เป็นธรรมกับคนที่ถูกกล่าวหา” ประธานกมธ.ป.ป.ช. กล่าว
นายอาสพลธ์ กล่าวว่า กมธ.ป.ป.ช. ได้ติดตามความคืบหน้า เพื่อให้คนทุจริตทั้งหมด มารับโทษ ซึ่งกระบวนการเดินมาได้พอสมควร คืออย่างที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นนำคนสอบตกเป็นสอบผ่าน นำคนที่รับราชการ 3,000 กว่ารายต้องออกจากราชการ เนื่องจากไม่เข้าหลักเกณฑ์สอบไม่ผ่าน และนำคนที่สมควรได้และสอบผ่านเข้ารับราชการ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วในปัจจุบัน ส่วนการดำเนินคดีอาญา ผู้แทน ป.ป.ช. ชี้แจงว่า ใช้เวลาประมาณ 10 เดือน ก็จะส่งฟ้องคดีต่อศาล และป.ป.ช.จะนำผลการศึกษาของทีมงานนายปกรณ์ไปศึกษาด้วย เพื่อส่งฟ้องรวดเร็วยิ่งขึ้น ส่วนคดีแพ่งที่ดำเนินงานหลักของ ปปง. ดำเนินการไปแล้ว ซึ่งเลขาธิการปปง. ก็ให้ข่าวว่าอีกไม่นานจะมีข่าวการอายัดทรัพย์ผู้ทุจริตบางราย และจะส่งฟ้องศาลแพ่ง ซึ่ง 99 เปอร์เซ็นต์ ผู้ที่ถูกส่งฟ้องศาล ทางศาลจะเห็นพ้องตาม ปปง. ก็คือจะยึดทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดิน ซึ่งทั้งคดีทางแพ่งและคดีอาญากระบวนการได้เดินไปแล้ว คณะกรรมาธิการฯ จะได้ติดตามและรายงานให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบต่อไป.



