เมื่อวันที่ 22 ส.ค. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมสหกรณ์ออมทรัพย์ครูจังหวัดกาญจนบุรีว่า ได้เดินทางมาติดตามแนวทางการบริหารจัดการหนี้สินครู หลังได้รับข้อมูลจากนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังว่า สหกรณ์ออมทรัพย์ครูกาญจนบุรีมีแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้สินครูที่ประสบความสำเร็จ และสามารถนำไปเป็นต้นแบบให้กับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูแห่งอื่นได้ ซึ่งแนวทางของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกาญจนบุรีเป็นโมเดลที่น่าสนใจ และกระทรวงศึกษาธิการจะพิจารณานำไปขยายผลในพื้นที่อื่น โดยเฉพาะการบริหารจัดการหนี้และการลดภาระดอกเบี้ย ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ครูสามารถลดเงินต้นและปิดหนี้ได้เร็วขึ้น
รมว.ศธ. กล่าวต่อไปว่า ก่อนหน้านี้ กระทรวงศึกษาธิการได้ร่วมกับธนาคารออมสินดำเนินโครงการ “ออมสินก้าวไปกับครู…ช่วยแม่พิมพ์สู่อิสรภาพการเงิน” ภายใต้โครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค.–ช.พ.ส. โดยปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เหลือร้อยละ 3.50 ต่อปี จนถึงสิ้นปี 2570 เพื่อช่วยลดภาระการผ่อนชำระของครู ทำให้สัดส่วนเงินงวดที่นำไปตัดเงินต้นเพิ่มขึ้น ลดระยะเวลาการเป็นหนี้ และเพิ่มโอกาสให้ครูสามารถชำระหนี้ได้เร็วขึ้น ซึ่งที่ผ่านมา ครูส่วนใหญ่เป็นหนี้กับสหกรณ์ออมทรัพย์และสถาบันการเงินแห่งนี้หลายแห่งพบว่า มีการคิดดอกเบี้ยในระดับร้อยละ 4–5 ซึ่งถือว่าสูง และจำเป็นต้องเร่งหารือเพื่อปรับลดภาระดังกล่าว โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับอัตราดอกเบี้ยของสถาบันการเงินในระบบ ดังนั้นการบริหารจัดการเป็นโจทย์สำคัญที่จะต้องดำเนินการต่อไป โดยเราจะต้องไปเจรจากับสหกรณ์อื่น ๆ เพื่อช่วยลดดอกเบี้ยหนี้ครู หากสามารถบริหารจัดการให้เป็นระบบ เชื่อว่าจะช่วยแก้ปัญหาได้มากขึ้น
‘นอกจากนี้ กระทรวงศึกษาธิการยังเตรียมหาแนวทางช่วยเหลือครูที่ประสบปัญหาหนี้รุนแรงจนถูกฟ้องล้มละลาย โดยมีการปรับปรุงกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อเปิดทางให้ครูที่เข้าสู่กระบวนการล้มละลายสามารถกลับมาดำเนินชีวิตและทำงานได้ตามปกติ รวมถึงการพิจารณาแนวทางให้ครูมีเงินเดือนคงเหลือในบัญชีอย่างน้อยร้อยละ 30 อีกแนวทางสำคัญคือการจัดหาแหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงินของรัฐที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำ เพื่อนำมาช่วยครูที่มีภาระหนี้ดอกเบี้ยสูง โดยขณะนี้มีการหารือในเบื้องต้นแล้ว และหากสามารถนำเงินทุนต้นทุนต่ำมาปล่อยกู้ให้ครูได้ จะช่วยลดภาระดอกเบี้ยและทำให้ครูไม่ต้องแบกรับหนี้ในอัตราที่สูงเกินไป’ นายประเสริฐ กล่าวและว่า ส่วนแนวคิดการจัดตั้งสหกรณ์กลางของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) จำนวน 4 ภูมิภาค
นายประเสริฐ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือและเตรียมข้อมูล โดยจะต้องหารือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก่อนว่า สามารถดำเนินการได้ในระดับใด แต่ในหลักการเห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว เพราะหากสามารถจัดหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำได้ ก็จะเปิดโอกาสให้ครูสามารถย้ายหนี้จากแหล่งที่มีดอกเบี้ยสูงมาอยู่ในระบบที่มีต้นทุนต่ำกว่า.



