วานนี้ (21 ส.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สำนักงานกฎหมายที่เป็นตัวแทนของ ไซมอน เอฟแรม โปรดิวเซอร์ภาพยนตร์ ได้เข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจชุมชนฮอลลีวูด โดยกล่าวหาว่าบริษัทให้บริการสตรีมมิงเน็ตฟลิกซ์ทำฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ที่บรรจุไฟล์ภาพยนตร์เรื่อง “Fortitude” สูญหายไปเมื่อเดือนที่แล้ว และไม่ยินยอมให้ข้อมูลเกี่ยวกับการสืบสวนภายในของบริษัทต่อเรื่องดังกล่าว

ข้อความจากรายงานการแจ้งความของ เอฟแรม ระบุว่า “การแจ้งความนี้เป็นไปอย่างเร่งด่วน เนื่องจากมีเหตุให้เชื่อได้ว่า บริษัทเน็ตฟลิกซ์และพนักงาน กำลังปิดบังและ/หรือทำลายหลักฐานการโจรกรรมทรัพย์สินที่มีต้นทุนสร้างสูงถึง 45 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1,575 ล้านบาท) และมีมูลค่าประเมินขายสูงกว่านั้นเกินสองเท่า” โดยรายงานการแจ้งความซึ่งยื่นไว้เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ได้ร้องขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนการโจรกรรมภาพยนตร์เรื่องนี้เพื่อ “ระบุตัวผู้มีส่วนรับผิดชอบทั้งหมด ปกป้องหลักฐานที่เกี่ยวข้อง และดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้กระทำผิด”

ด้านโฆษกของกรมตำรวจลอสแอนเจลิสยืนยันว่ากำลังอยู่ระหว่างการสืบสวนตามรายงานแจ้งความดังกล่าว ขณะที่ทางเน็ตฟลิกซ์ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการแจ้งความของเอฟแรม

เมื่อเดือนที่แล้ว เอฟแรมและบริษัทผู้สร้างของเขา ได้ยื่นฟ้องร้องเน็ตฟลิกซ์เป็นจำนวนเงินอย่างน้อย 105 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3,675 ล้านบาท) เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายทางเศรษฐกิจจากการที่ฮาร์ดดิสก์บรรจุหนังเรื่อง “Fortitude” ซึ่งนำแสดงโดย เคจ และ เบน คิงสลีย์ เกิดสูญหายอย่างโดยไร้ร่องรอย

ภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวมีคำบรรยายว่าเป็นภาพยนตร์ในแนว “Ocean’s Eleven” ผสมผสานกับ “Inglourious Basterds” โดยอ้างอิงมาจากปฏิบัติการฟอร์ติจูดในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่สายลับสองหน้าวางกับดักลวง อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ และกองทัพนาซี

ตามคำฟ้องระบุว่า เมื่อวันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา แดเนียล ไฮโด โปรดิวเซอร์ร่วมของหนังเรื่องนี้ ได้นำฮาร์ดดิสก์ไฟล์ภาพยนตร์ที่ไม่ได้เข้ารหัสไปส่งมอบให้ทางเน็ตฟลิกซ์เปิดชม แต่ต่อมาในวันที่ 25 มิถุนายน ทางเน็ตฟลิกซ์ได้แจ้งให้ไฮโดทราบว่า ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ดังกล่าวถูกขโมยไปแล้ว

“โชคร้ายที่มีคนขโมยฮาร์ดดิสก์จำนวนหนึ่งไปจากโต๊ะทำงานของเราเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว” ฌอน เบอร์นีย์ ผู้อำนวยการฝ่ายภาพยนตร์ออริจินัลของเน็ตฟลิกซ์เขียนในอีเมลเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ตามที่ได้อ้างอิงไว้ในคำฟ้อง “เราได้พยายามทำงานร่วมกับทีมรักษาความปลอดภัยแล้ว แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้า”

คำฟ้องระบุต่อว่า เบอร์นีย์เสนอในอีเมลว่าจะชดเชยค่าฮาร์ดดิสก์ที่หายไปแก่บริษัทของเอฟแรม หรือสร้างชุดไฟล์ภาพยนตร์ดิจิทัลขึ้นมาให้ใหม่ แต่เอฟแรมชี้ว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นร้ายแรงกว่านั้นมาก

“เป็นไปไม่ได้เลยที่ผู้ซื้อสิทธิ์ภาพยนตร์ที่มีความเชี่ยวชาญจะยอมลงทุนเงินหลายสิบล้านดอลลาร์เพื่อซื้อสิทธิ์การฉายภาพยนตร์ และลงเงินอีกหลายสิบล้านเพื่อการตลาด ในขณะที่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงตลอดเวลาว่าหนังอาจจะรั่วไหลลงออนไลน์ให้คนดูฟรีได้ทุกเมื่อ” คำฟ้องของเอฟแรมระบุ

ด้านเน็ตฟลิกซ์ได้ออกแถลงการณ์เมื่อเดือนที่แล้วว่า บริษัทกำลังดำเนินงานสืบสวน และเสนอที่จะช่วยเฝ้าระวังเว็บละเมิดลิขสิทธิ์ เพื่อป้องกันการนำภาพยนตร์ไปเผยแพร่หรือขายต่อโดยไม่ได้รับอนุญาต

“เน็ตฟลิกซ์ขอโต้แย้งข้อกล่าวหาที่ว่า เราต้องเป็นผู้รับความเสี่ยงจากความสูญหายของภาพยนตร์ ที่นำมาส่งมอบโดยไม่มีระบบป้องกันตามมาตรฐานอุตสาหกรรม” เน็ตฟลิกซ์ระบุในแถลงการณ์เมื่อเดือนที่แล้ว “แม้เราจะไม่ได้เป็นเจ้าของสิทธิ์ภาพยนตร์เรื่อง ‘Fortitude’ แต่เราให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของเนื้อหาอย่างจริงจัง และได้ดำเนินมาตรการพิเศษเพื่อสนับสนุนผู้สร้างภาพยนตร์และทีมงานแล้ว”

ค่ายสตรีมมิ่งยักษ์ใหญ่ระบุว่า บริษัทไม่ได้แบ่งปันข้อมูลการสืบสวนแก่สำนักงานกฎหมายของเอฟแรม พร้อมกล่าวหาสำนักงานกฎหมายดังกล่าวว่า “พยายามใช้วิธีการคุกคามเพื่อกรรโชกทรัพย์จากเน็ตฟลิกซ์จากสถานการณ์นี้ ซึ่งรวมถึงการเรียกร้องเงินทันทีถึง 165 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5,775 ล้านบาท) สำหรับภาพยนตร์ แทนที่จะร่วมมือกับเราด้วยความจริงใจ”

เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา เอฟแรม จึงได้เพิ่มข้อหาหมิ่นประมาทลงในการฟ้องร้องเน็ตฟลิกซ์อีกข้อหาหนึ่งด้วย 

“คำแถลงของเน็ตฟลิกซ์ที่ระบุว่า คุณเอฟแรมและทนายความของเขาพยายามกรรโชกทรัพย์นั้น เป็นเท็จโดยสิ้นเชิง เช่นเดียวกับข้อเท็จจริงอ้างอิงที่เน็ตฟลิกซ์นำมาใช้สนับสนุนคำแถลงที่เป็นเท็จนี้” คำฟ้องที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมของ เอฟแรม ระบุ

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

ที่มา : latimes.com

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES