เมื่อวันที่ 23 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดยคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ขยายผลการสอบสวนคดีเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา เขต 4 พรรคกล้าธรรม โดยสอบสวนเป็นคดีพิเศษ 2 สำนวน ได้แก่ คดีแรก คดีพิเศษที่ 150/2568 กรณีเครือข่ายเว็บพนันรายใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุว่ามีเงินทุนหมุนเวียนกว่า 1,000 ล้านบาท และพบเส้นทางการเงินที่เจ้าหน้าที่ระบุว่าเชื่อมโยงกับนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา เขต 4 พรรคกล้าธรรม

และจากการเปิดปฏิบัติการตรวจค้นของดีเอสไอ เมื่อวันที่ 5 มี.ค. 69 ชื่อ “Operation Gameflow” เจ้าหน้าที่ดีเอสไอได้ทำการตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย จำนวน 10 จุด ใน 4 จังหวัด ประกอบด้วย จ.สงขลา 5 จุด / นนทบุรี 2 จุด / ปทุมธานี 1 จุด / กรุงเทพมหานคร 2 จุด เพื่อตรวจค้นและจับกุมเครือข่ายเว็บพนันตามหมายจับศาลอาญา จำนวน 26 หมาย พร้อมยึดอายัดทรัพย์สินหลายรายการ โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าเชื่อว่าเป็นทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิด อาทิ อสังหาริมทรัพย์ กระเป๋าแบรนด์เนม รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลพาร์ด เป็นต้น รวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท

ซึ่งในคดีนี้ ดีเอสไอได้ส่งสำนวนคดีพร้อมความเห็นสั่งฟ้องต่ออัยการคดีพิเศษ พร้อมติดตามจับกุมผู้ต้องหาส่งฝากขังศาลอาญารัชดาได้แล้ว 2 ราย ประกอบด้วย น.ส.นารีรัตน์ (สงวนนามสกุล) และ 2. น.ส.ศิริวรรณ (สงวนนามสกุล) จากทั้งหมด 26 หมายจับ โดยทั้ง 2 รายถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน ร่วมกันฟอกเงิน ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และร่วมกันเป็นอั้งยี่”

ส่วนผู้ต้องหาที่เหลืออีก 24 ราย ยังอยู่ระหว่างหลบหนีหมายจับศาล โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่ายังคงกบดานอยู่ประเทศเพื่อนบ้าน

กระทั่งต่อมา คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้พิจารณาแยกสำนวนการสอบสวนออกมาอีกคดี เป็นคดีพิเศษที่ 87/2569 เพื่อสอบสวนกรณีคดีเว็บไซต์พนันออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา เขต 4 พรรคกล้าธรรม โดยตรง

เนื่องด้วยอัยการสูงสุดเห็นว่า ในคดีดังกล่าวนี้มีความผิดส่วนใดส่วนหนึ่งอาจเกิดขึ้นนอกราชอาณาจักร เป็นเหตุให้อัยการสูงสุดใช้อำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 20 มอบหมายให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษและคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม 2 ฐานความผิดแก่นายชนนพัฒฐ์ ได้แก่ ความผิดฐานเป็นอั้งยี่ ตามมาตรา 209 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 140,000 บาท และความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ. 2556 ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ 4-15 ปี หรือปรับตั้งแต่ 80,000-300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

และเมื่อนายชนนพัฒฐ์ได้เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกับดีเอสไอตามที่อัยการสูงสุดมีคำสั่ง (13 ก.ค. 69) และได้เข้าให้ปากคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาแล้วนั้น พนักงานสอบสวนคดีพิเศษจึงได้สรุปสำนวนพร้อมความเห็นสั่งฟ้อง และนัดหมายให้นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว เดินทางไปพบพนักงานอัยการคดีพิเศษ ในวันจันทร์ที่ 24 ส.ค. 69 ณ สำนักงานอัยการคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพมหานคร เวลา 09.30 น. เพื่อนำตัวส่งสำนวนและดำเนินการตามขั้นตอนต่อพนักงานอัยการต่อไป

ทั้งนี้ คดีพิเศษที่ 87/2569 ดังกล่าว เป็นการแยกเลขคดีพิเศษออกมาจากสำนวนคดีพิเศษแรก คือ คดีพิเศษที่ 150/2568 เนื่องด้วยนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว ปรากฏว่าช่วงนั้นอยู่ระหว่างสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร จึงมีเอกสิทธิ์คุ้มครอง สส. ทำให้พนักงานสอบสวนจำเป็นต้องแยกสำนวนออกมาเพียงรายเดียว เพื่อไม่ให้เป็นการยืดเวลาในส่วนของสำนวนคดีพิเศษที่ 150/2568 ที่มีการจับกุมตัว น.ส.นารีรัตน์ (ผู้ต้องหารายแรก) และฝากขังศาลไปก่อนหน้านี้