เมื่อวันที่ 24 ส.ค. ที่ กรมราชทัณฑ์ จ.นนทบุรี พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยถึงการประชุมของคณะทำงานทบทวนและพัฒนาประสิทธิภาพการบังคับโทษทางอาญา และทบทวนมาตรการป้องกันการกระทำผิดซ้ำ เพื่อสรุปผลการหารือ วางกรอบ หลักเกณฑ์ แนวทางปฏิบัติสำหรับร่างกฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาด และเงื่อนไขที่นักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับการลดวันต้องโทษจำคุกหรือการพักการลงโทษและได้รับการปล่อยตัวต้องปฏิบัติ
ที่มีสาระสำคัญเป็นการเพิ่มเติมกำหนดระยะเวลารับโทษจำคุกขั้นต่ำกับผู้ต้องขังโทษสูง (ประหารชีวิต/จำคุกตลอดชีวิต) ว่า กระทรวงยุติธรรมตระหนักถึงเสียงเรียกร้องของสังคมที่ต้องการให้การรับโทษของผู้ต้องขังสอดคล้องกับคำพิพากษาของศาลมากขึ้น โดยที่ผ่านมา กรมราชทัณฑ์มีความจำเป็นต้องปรับมาตรการบริหารจัดการผู้ต้องขังให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในแต่ละช่วงเวลา โดยเฉพาะช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งกรมราชทัณฑ์ต้องเร่งลดความแออัดภายในเรือนจำ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดและลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตของผู้ต้องขัง เนื่องจากในขณะนั้นยังมีข้อจำกัดด้านการรักษาและยาที่เพียงพอ จึงมีการใช้มาตรการต่าง ๆ เพื่อระบายผู้ต้องขังออกจากเรือนจำ โดยเฉพาะผู้ที่มีอัตราโทษต่ำ
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันกระทรวงยุติธรรมเห็นความสำคัญของการทบทวนและปรับปรุงกฎระเบียบที่ใช้มาเป็นเวลานานเพื่อให้หลักเกณฑ์มีความรัดกุมมากขึ้น และสอดคล้องกับความต้องการของสังคมในปัจจุบัน
ส่วนกรณีการเพิ่มระยะเวลาหรืออัตราขั้นต่ำการรับโทษจะส่งผลดีหรือผลเสียอย่างไรนั้น ตนมองว่าหากสามารถตอบโจทย์ด้านความปลอดภัยและลดผลกระทบต่อสังคมก็สามารถทำได้ แต่ในด้านการบริหารจัดการผู้ต้องขังอาจมีผลกระทบบ้าง แต่กรมราชทัณฑ์จะพยายามบริหารจัดการให้เกิดความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพมากที่สุด
จากนั้นอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ได้เดินทางออกจากอาคารพิพิธภัณฑ์ราชทัณฑ์ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี เพื่อเข้าร่วมประชุมกับคณะทำงานทบทวนและพัฒนาประสิทธิภาพการบังคับโทษทางอาญา และทบทวนมาตรการป้องกันการกระทำผิดซ้ำ ครั้งที่ 2/2569 ที่ ห้องประชุม ชั้น 10 อาคารกระทรวงยุติธรรม ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร ในเวลา 11.00 น. ก่อนเตรียมนำผลหารือร่างกฎกระทรวงฉบับใหม่นี้ ที่หากผ่านความเห็นชอบของคณะทำงานทบทวนและพัฒนาประสิทธิภาพการบังคับโทษทางอาญา และทบทวนมาตรการป้องกันการกระทำผิดซ้ำเรียบร้อยแล้ว จึงจะได้เสนอไปยังคณะกรรมการราชทัณฑ์พิจารณาอีกครั้ง เพื่อให้ รมว.ยุติธรรม เห็นชอบ ก่อนนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อเตรียมบังคับใช้ ประกาศลงราชกิจจานุเบกษา ตามลำดับต่อไป.



